วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงในปัจจุบัน ส่งผลให้หลายภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น จากเดิมที่มักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของภาคอุตสาหกรรมหรือภาคการผลิต ปัจจุบันกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการประชุม สัมมนา หรือการจัดอีเวนต์ต่างๆ ก็ถูกนำมาพิจารณาในมิติด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเช่นกัน เพราะกิจกรรมเหล่านี้ล้วนสร้างการปล่อยคาร์บอนและก่อให้เกิดขยะจำนวนไม่น้อย

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงร่วมกับสถาบันวิจัยระบบพลังงาน และศูนย์วิศวกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนและก๊าซเรือนกระจก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ ‘Carbon Neutral Event Workshop: จากความเข้าใจสู่การลงมือทำ’ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำ และส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นผู้แทนภาคีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้รวม 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี และปัตตานี

‘ดร.สุเมธ ไชยประพัทธ์’ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตระหนักถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการแก้ปัญหาจำเป็นต้องทำควบคู่กันทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มการดูดซับคาร์บอนกลับสู่ธรรมชาติ เช่น การปลูกป่า ขณะเดียวกันกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นงานประชุม งานสัมมนา หรืออีเวนต์ต่างๆ ก็มีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน
การอบรมครั้งนี้จึงมุ่งให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจวิธีประเมินการปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมขององค์กร รู้แนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถนำไปพัฒนากิจกรรมให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบ โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เองได้นำแนวคิดนี้ไปใช้กับกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมาก่อน ทั้งงานวิ่งและพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จนเกิดองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สามารถถ่ายทอดต่อได้
“เมื่อมหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้แล้ว ก็ต้องขยายผลต่อ ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถนำแนวทางไปใช้ได้จริงและถูกต้อง” ดร.สุเมธ กล่าว

ด้าน ‘รศ.ดร.จรงค์พันธ์ มุสิกะวงศ์’ ผู้อำนวยการศูนย์วิศวกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนและก๊าซเรือนกระจก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น การวางแผนลดขยะ การเดินทางร่วมกันเพื่อลดการใช้พลังงาน หรือการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยลง ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่กิจกรรมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
สำหรับคาร์บอนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถชดเชยผ่านคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายนอก เพื่อให้การปล่อยคาร์บอนสุทธิของกิจกรรมลดลงจนใกล้ศูนย์ โดยการอบรมครั้งนี้ต้องการให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพว่า ทุกกิจกรรมสามารถประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และแต่ละหน่วยงานสามารถเริ่มต้นจากกิจกรรมเล็กๆ ภายในองค์กร ก่อนขยายไปสู่กิจกรรมประจำปีหรือโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต
การอบรมยังครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การวางแผนลดการปล่อยคาร์บอน การชดเชยคาร์บอนผ่านโครงการทีเวอร์ (T-VER) ไปจนถึงการสื่อสารผลการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

‘จักรพันธ์ กิ่งแก้ว’ พลังงานจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลดคาร์บอน เพราะครอบคลุมไปถึงการจัดประชุม การเลือกใช้อุปกรณ์ และการจัดการของเสีย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการประหยัดไฟฟ้าหรือการลดใช้น้ำมันเท่านั้น อีกทั้งยังได้เรียนรู้แนวทางคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้จริง

ขณะที่ ‘พรสุรีย์ กอนันทา’ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า เชฟรอนร่วมทำงานกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้านสังคมคาร์บอนต่ำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ตั้งแต่โครงการก๊าซชีวภาพสหกรณ์ยางพารา ซึ่งช่วยพัฒนาต้นแบบการดำเนินงานที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนการชดเชยคาร์บอนจำนวน 600 ตัน สำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่จัดในรูปแบบคาร์บอน นิวทรัล อีเวนต์ (Carbon Neutral Event) แบบเซลฟ์-ดีแคลเรชัน (Self-Declaration) เป็นครั้งแรกของประเทศ
นอกจากนี้ ภายในงาน เชฟรอนยังสนับสนุนโครงการเครือข่ายพลังงานสะอาดรอบอ่าวไทย ด้วยการมอบงบประมาณรวม 1,107,000 บาท ให้สำนักงานพลังงานจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด เพื่อนำไปดำเนินโครงการด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน เช่น การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการจะดำเนินงานในช่วงปี 2569-2570 เพื่อขยายผลด้านพลังงานสะอาดในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป



