สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. เนื่องจากประเทศแห่งนี้ล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง ในการแก้ไขข้อกังวลที่มีมายาวนาน เกี่ยวกับการคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยูเอสทีอาร์ได้ใช้มาตรา 301 ในการสอบสวนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการถ่ายโอนเทคโนโลยีของจีน เพื่อเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 25% กับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
The US has launched a third trade investigation into Vietnam’s handling of intellectual-property rights, as the Trump administration turns up the pressure on the export-reliant nation https://t.co/M36LPj3oAj
— Bloomberg (@business) May 29, 2026
นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า แม้เวียดนามจะดำเนินการบางอย่าง เพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การละเมิดยังคงบั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน ของผู้คิดค้นและผู้สร้างสรรค์ของสหรัฐ
เขากล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องเห็นเวียดนามแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ในลักษณะที่ยั่งยืน และสามารถยับยั้งการละเมิดในอนาคตได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



