ผู้สื่อข่าวรายงานความพร้อมก่อนดีเดย์เปิดฉากใช้จ่ายจริงในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้ สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ล่าสุดกระทรวงการคลังกางกฎเหล็กเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ พร้อมเปิดโพยประเภท “สินค้าต้องห้าม” และ “ร้านค้ากลุ่มเสี่ยง” ที่ห้ามเข้าร่วมโครงการโดยเด็ดขาด โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและสินค้าควบคุมที่ต้องรู้ดังต่อไปนี้
ลิสต์สินค้าต้องห้าม-ร้านค้าที่เข้าร่วมไม่ได้ แอบซื้อ-ขายมีความผิด
แม้ว่าตัวโครงการจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่ภาครัฐได้ระบุบัญชีรายชื่อสินค้าต้องห้ามและประเภทธุรกิจที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส ได้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย:
- กลุ่มสินค้าต้องห้าม: สลากกินแบ่งรัฐบาล (หวย), เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด, ผลิตภัณฑ์ยาสูบ (บุหรี่), บัตรกำนัล (Voucher), บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
- กลุ่มธุรกิจบริการที่เข้าร่วมไม่ได้: “ร้านเสริมสวย” และ “ร้านนวด” ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ในรอบนี้
- กลุ่มร้านค้าโมเดิร์นเทรด/ทุนใหญ่: ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็น “ร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์” และต้องไม่ใช่นิติบุคคล (ยกเว้นร้านค้าธงฟ้าที่เป็นสหกรณ์, ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน และวิสาหกิจชุมชนที่ถูกต้องตามกฎหมาย)
- ห้ามร้านค้าประเภทรับช่วงสิทธิ์: ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นมาจำหน่าย แล้วนำส่งเงินคืนโดยกินส่วนต่างค่าตอบแทนจากยอดขาย (ลักษณะนอมินีหรือยี่ปั๊วแฝงตัว) และตัวร้านต้องตั้งอยู่เป็นหลักแหล่งสามารถตรวจสอบได้จริง
กฎเหล็ก 4 ข้อ เงื่อนไขการสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทย พลัส”
สำหรับภาคประชาชนที่เตรียมจะออกไปใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย. 2569) ทางศูนย์ประมวลผลโครงการได้ออกกฎเหล็กเพื่อป้องกันการใช้จ่ายที่ผิดวัตถุประสงค์ไว้ 4 ข้อสำคัญ:
- ต้องตรวจสอบสิทธิ์ก่อนใช้งาน: ก่อนเริ่มสแกนจ่ายเงินครั้งแรกในแต่ละวัน ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องทำการตรวจสอบสิทธิ์คงเหลือรายวันและรายเดือนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังก่อนเสมอ
- ต้องจ่ายเงินแบบพบหน้าเท่านั้น (Face-to-Face): การซื้อ-ขายสินค้าและการสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน จะต้องเป็นการทำธุรกรรมต่อหน้ากันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในสถานที่จริง “ห้ามส่งรูป QR Code เพื่อสแกนผ่านช่องทางออนไลน์ หรือทำผ่านคนกลางเด็ดขาด”
- กำหนดกรอบเวลาใช้สิทธิ์: ระบบจะเปิดให้สแกนจ่ายเงินได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึงเวลา 23.00 น. ของทุกวันเท่านั้น นอกเหนือจากเวลานี้ระบบจะปิดทำการชั่วคราว
- ห้ามสร้างความเข้าใจผิดต่อมาตรการรัฐ: ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการทั้งฝั่งประชาชนและร้านค้า กระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจสับสน ผิดพลาด หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
คลังคาดโทษหนัก ฝ่าฝืนระงับสัญญาณ-ริบเงินคืน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังย้ำเตือนว่า อำนาจในการกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณา โดยหากระบบ AI และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีร้านค้าหรือประชาชนร่วมมือกันแลกสิทธิ์เป็นเงินสด ซื้อขายสินค้าต้องห้าม หรือใช้ช่องทางออนไลน์แอบสแกนจ่ายข้ามพื้นที่โดยไม่มีการซื้อขายจริง ทางรัฐบาลจะดำเนินการระงับสัญญาณการใช้งานของแอปพลิเคชันทันที พร้อมทั้งดำเนินคดีตามกฎหมายและเรียกเงินคืนทุกบาททุกสตางค์โดยไม่มีข้อยกเว้น



