เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เดินทางเข้าพบปะและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมโครงการประกวดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภทสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย ณ ห้องมหกรรม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) กรุงเทพมหานคร
ในการนี้ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายดิษพล มาตุอำพันวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่งทั่วประเทศ ผู้บริหาร บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
โครงการดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ กรมกิจการผู้สูงอายุ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และภาคเอกชน เพื่อร่วมพิจารณาคัดเลือกผลงานนวัตกรรมอย่างเข้มข้นและได้มาตรฐาน
สำหรับการประกวดในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การดำรงชีวิตในสังคมสูงวัยอย่างมีความสุขและยั่งยืน โดยมีผลงานผ่านการคัดเลือกจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 31 ผลงาน ก่อนคัดเลือกเหลือ 20 ผลงานสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นพื้นที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้ฝึกกระบวนการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์ ผ่านการลงมือคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เพียงช่วยส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ทำให้ผู้สูงวัยตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของตนเอง
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการอยู่ภายใต้โครงสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างครู สกร. จำนวน 2 คน กับผู้สูงวัยจำนวน 3 คน ในแต่ละทีม เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมภายใต้แนวคิด “รายได้และอาชีพ” โดยมีผลงานที่สะท้อนภูมิปัญญาและการประยุกต์ใช้วัสดุรอบตัวอย่างสร้างสรรค์ อาทิ เครื่องมือช่วยแกะหมากที่ช่วยผ่อนแรงให้ผู้สูงวัยสามารถใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
อธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงวัย ซึ่งในอนาคตมีแนวคิดที่จะรวบรวมและถอดบทเรียนผลงานย้อนหลังตลอด 4 ปี เพื่อนำมาจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการ รวมถึงขยายแนวคิดการประกวดไปสู่มิติอื่น ๆ ภายใต้แนวคิด “อารยปัญญา” ไม่จำกัดเพียงโครงงานด้านอาชีพ แต่ครอบคลุมถึงโครงงานด้านอาหาร วิถีชีวิต เกษตร และนวัตกรรมในระดับครอบครัวและชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ “นิเวศแห่งการเรียนรู้” อย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การส่งเสริมแนวคิด Active Aging หรือการเตรียมความพร้อมให้ผู้สูงวัยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ มีบทบาททางเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญ การประกวดครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้ผู้สูงวัยได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น
พร้อมกันนี้ รองอธิบดี สกร. ได้มอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะการประกวด โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “นวัตกรรมเครื่องเหลาก้านปาล์มพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับผู้สูงวัยยุคใหม่” จาก สกร.ระดับอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ภายใต้การดูแลของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “เครื่องผสมอเนกประสงค์เพื่อสังคมผู้สูงอายุ” จาก สกร.ระดับอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การดูแลของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “เครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าว” จาก สกร.ระดับอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ภายใต้การดูแลของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจของผู้สูงวัยที่ได้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม
นายสงวน จบศรี หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพและผลงานต่อสาธารณชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งช่วยสร้างกำลังใจและความภาคภูมิใจให้แก่ผู้สูงวัย จึงอยากให้มีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี
ขณะที่ผู้แทนจาก สกร.ระดับอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เจ้าของรางวัลชนะเลิศ กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมงานทุกฝ่าย ทั้งครูพี่เลี้ยง เจ้าหน้าที่ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ที่ร่วมสนับสนุนอย่างใกล้ชิด พร้อมสะท้อนว่ากิจกรรมนี้ช่วยเติมพลังใจและสร้างความสุขให้แก่ผู้สูงวัยเป็นอย่างมาก รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เพื่อนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนสำคัญของพลังแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้แสดงศักยภาพ สร้างสรรค์นวัตกรรม และต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมสูงวัยที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ความสุข และพลังสร้างสรรค์อย่างแท้จริง



