สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่า ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของแคนาดา เผยให้เห็นว่า ภายใต้กฎระเบียบใหม่ ซึ่งอนุญาตให้ลูกหลานของชาวแคนาดาได้รับสัญชาติมากขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่อนุญาตเฉพาะทายาทรุ่นแรกเท่านั้น การอนุมัติหลักฐานการขอสัญชาติเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ครั้งต่อเดือนในปีนี้

ตัวเลขข้างต้นถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการอนุมัติเพิ่มเติม 275 ครั้งในเดือน ธ.ค. 2568 เมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ อีกทั้งข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า ประมาณ 48% ของการอนุมัติเพิ่มเติมจนถึงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา มาจากสหรัฐ

ทั้งนี้ บรรดาทนายความด้านการเข้าเมืองกล่าวว่า ชาวอเมริกันที่ขอสัญชาติแคนาดาในสัดส่วนสูง สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาตั้งแต่อดีตระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็บ่งชี้ว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าแคนาดาเป็น “สถานที่น่าสนใจ” ในการอยู่อาศัยหรือการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐในปัจจุบัน

“ความสนใจในสัญชาติแคนาดาในปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์ทางการเมืองของสหรัฐอย่างแน่นอน พวกเขาต้องการอยู่ในสหรัฐ แต่ถ้าสถานการณ์เลวร้ายลง พวกเขาก็ต้องหารทางออก” นายนิค เบอร์นิง ทนายความด้านการเข้าเมืองในสหรัฐ กล่าว

อนึ่ง กฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ของแคนาดา เป็นการตอบสนองต่อคำตัดสินของศาลในปี 2566 ที่พบว่า การจำกัดสัญชาติเฉพาะคนรุ่นแรกที่เกิดในต่างประเทศนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ขณะนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่นอกแคนาดามาหลายชั่วอายุคน สามารถได้รับการพิจารณาเป็นพลเมืองแคนาดา หากพวกเขาสามารถพิสูจน์เชื้อสายได้ แม้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความพยายามของรัฐบาลแคนาดาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในการลดเป้าหมายการเข้าเมือง.

เครดิตภาพ : REUTERS