ในช่วงฤดูฝน ความชุ่มฉ่ำปลุกความมีชีวิตชีวาให้กับผืนป่า นานาพันธุ์ไม้ ดอกไม้งอกงามทยอยผลิบานส่งสัญญาณมาถึงของฤดูกาลใหม่ และเช่นเดียวกับ “แมลง” ที่กำลังร่วมวง บอกเล่า …

นำเรื่องน่ารู้ ชวนศึกษาสำรวจธรรมชาติ ชวนรู้จักแมลงเด่นในฤดูฝน “แมลงกินได้” ที่มีเฉพาะฤดูกาล ทั้งชวนเฝ้าระวัง “แมลงร้าย” และอีกหลายมิติที่ศึกษาได้จากแมลง โดย ผศ.ดร.ชามา อินซอน ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความรู้ พารู้จักกับแมลงในประเด็นนี้ ในช่วงฤดูฝนว่า ช่วงเวลานี้เป็นอีกจังหวะดีสำหรับการศึกษาธรรมชาติศึกษาแมลง ด้วยที่เมื่อมีฝนตกลงมา เมล็ดพันธุ์พืชทั้งที่มีอยู่ตามพื้นดินใต้ดินที่ผ่านฤดูแล้ง รอความชื้น เมื่อได้รับน้ำจะงอกเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ ต้นไม้ ต้นกล้าที่เกิดขึ้นจะเป็นอาหารให้กับแมลงหลากหลายกลุ่ม

“ในพื้นที่ธรรมชาติทั่วไปถึงช่วงฤดูฝนฤดูกาลที่มีความสมบูรณ์จะพบเจอกับแมลงตัวเต็มวัยได้มากพอควร โดยแมลงจะออกมาหาอาหาร และแมลงเหล่านี้ก็ยังเป็นอาหารโอชะของมนุษย์ด้วย อย่างเช่นที่หลายคนคุ้นเคยกับ ตั๊กแตนทอด จิ้งหรีดทอดฯลฯ โดยช่วงฤดูฝนจะมีมากขึ้น
นอกจากนี้ต้นไม้ต่างๆ เมื่อได้รับน้ำเต็มที่มีความชื้นก็จะแตกยอดอ่อนซึ่งจะมีแมลงกลุ่มหนึ่งที่อาศัยยอดอ่อนของต้นไม้เป็นอาหารจะมาอยู่รวมตัวกันเยอะมาก อย่างเช่น แมลงกินูน แมลงชนิดนี้เป็นอาหาร เป็นหนึ่งในแมลงกินได้ที่โดดเด่นในช่วงฤดูฝน”

อาจารย์ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร ผศ.ดร.ชามา อธิบายเพิ่มว่า แมลงกินูน เป็นด้วงชนิดหนึ่ง มีหลากหลายชนิด ทางภาคใต้จะนิยมกินพวกแมลงกินูนที่มีขนาดใหญ่ ส่วนทางเหนือตามต้นไม้ในช่วงหน้าฝน เมื่อต้นไม้แตกยอดอ่อนจะเห็นแมลงกินูนตัวเล็กๆ สีน้ำตาล และวิธีการเก็บแมลงก็จะเก็บออกหากันตอนกลางคืน เพราะด้วงในช่วงกลางวันจะหลบซ่อนตัว พอถึงกลางคืนจะออกมาโดยจะขึ้นไปอยู่บนยอดไม้ที่เพิ่งแตกใบอ่อน
“การเก็บแมลงจะใช้วิธีการเขย่าให้ตกลงมา โดยเมนูนิยมคือ “กินูนคั่วเกลือ” รวมถึงอีกหลากหลายจานพิเศษที่ปรุงได้จากกินูน เป็นอาหารที่คนท้องถิ่นเฝ้ารอและหนึ่งปีจะมีครั้งเดียวที่จะมีกินูนออกมามาก นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝนยังมี แมงมัน อาหารตามฤดูกาลที่นำมาปรุงสร้างสรรค์จานพิเศษได้อีกหลากหลายเช่นกัน”

แมงมัน คือมดชนิดหนึ่งที่สร้างรัง สร้างอาณาจักรอยู่ใต้ดิน แมงมันที่นำมาเป็นอาหาร ผู้เก็บหามาทำอาหารจะต้องสังเกต แมงมัน “ตัวผู้” จะตัวเล็กจะไม่จับมา เพราะเมื่อกินจะมีรสขม จะใช้ ”ตัวเมีย” ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ส่วนแมงตัวเล็กๆ ที่มีขนาดต่างไปจากตัวผู้และตัวเมียที่พบอยู่รอบๆ อันนี้ต้องระวัง เพราะหากถูกกัดจะคันมาก การเก็บจะต้องเตรียมขี้เถ้า หรือปูนขาวนำไปโรยรอบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มดงานของแมงมันกัด
ผศ.ดร.ชามา เล่าเพิ่มอีกว่า การหาแมงมัน อุปกรณ์การหาจะมีที่นั่งเตี้ยๆ เพื่อนั่งขุดหา มีขวดใส่ มีขี้เถ้าหรือปูนขาวสำหรับโรยป้องกัน รวมถึงมีไฟฉาย ไว้ส่องหาแมงมัน โดยแมงมันจะออกมาช่วงหัวค่ำถึงมืด แมงมันมีทั้งทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ส่วนทางภาคใต้ไม่พบเจอสักเท่าไร
“แมงมัน เป็นหนึ่งในแมงกินได้ที่มีราคาสูง ตัวละ 1-2 บาท ทั้งนี้การที่จะได้พบเจอแมงมันจะต้องมีฝนตก แมงมันจะออกมา ที่สำคัญจะออกมาเพียงปีละครั้ง ออกมาที่จุดเดิม คล้ายกับเห็ดโคนที่จะกลับมาเก็บซ้ำที่เดิม การรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ”

ส่วนอีกแมลงเด่นของช่วงฤดูฝน แมลงเม่า หรือที่นิยมเรียกกันว่า แมงเม่า ซึ่งก็คือวรรณะสืบพันธุ์ของปลวก โดยปกติจะอยู่ใต้ดินและถ้าเป็นพื้นที่ที่ติดธรรมชาติ ติดป่า ปลวกจะเป็นผู้ย่อยสลายซากพืช ต้นไม้ที่หักล้มทับถม ปลวกจะเป็นผู้ย่อยสลาย แต่หากอยู่ตามบ้านเรือนจะเป็นผู้ทำลาย
ในมุมของผู้ที่รอใช้ประโยชน์นำแมงเม่ามาเป็นอาหาร แมงเม่าถือได้ว่าเป็นแมลงกินได้อีกหนึ่งจานเด่น นิยมนำมาคั่วเกลือ โดยมีความมัน เป็นอีกแมลงกินได้ที่อร่อย แต่อย่างไรแล้ว การกินแมลงก็ต้องพึงระวังเพราะบางคนอาจแพ้ โดยถ้ามีประวัติแพ้กุ้ง แพ้ปู ต้องระวังยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มแมลงมีพวกไคติน เปลือกแข็งอาจทำให้มีโอกาสแพ้ได้ การเลือกนำมากินต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ยังมีแมลงอีกกลุ่มหนึ่งที่มีเยอะมากเช่นกัน เป็นสัญญาณธรรมชาติ เป็นดั่งนักพยากรณ์อากาศที่บอกการมาถึงของหน้าฝนก็คือ แมลงน้ำต่างๆ โดยแมลงน้ำจะมีประโยชน์ถ้าอยู่ในระบบนิเวศแหล่งน้ำ ตัวอ่อนจะช่วยเป็น ตัวห้ำ (Predator) กินแมลงตัวเล็กๆ ในแหล่งน้ำ

“แมงดานา” ที่ทุกคนรู้จักที่นำมาปรุงเป็น “น้ำพริกแมงดา” ในมุมนักวิชาการจะเรียก แมลงดานา เป็นแมลงตัวใหญ่ แต่หากเป็นแมลงดาสวน ตัวจะเล็ก และที่มีราคาคือ ตัวผู้ และถ้ายังจำได้ จากที่เล่ามาจะต่างจากแมงมัน โดยแมงมันจะเก็บมาแต่ ตัวเมีย
“แมลงดานาจะนิยมตัวผู้ เพราะตัวผู้มีกลิ่นหอมแรงมากกว่า จะเหมาะกับการนำไปทำน้ำพริก หรือเมนูต่างๆ แมลงดาตัวเมียแม้ราคาถูกแต่ก็นิยม เป็นอาหารโอชะนำมากินเช่นกันเพราะอาจมีไข่ ช่วงเวลานี้ตามธรรมชาติ ในช่วงหน้าฝน ฝนตกปอยๆแมลงดาจะออกมาจับคู่และวางไข่ในแหล่งน้ำ ฯลฯ” อีกหนึ่งแมลงที่เป็นสีสันให้กับฤดูฝนทั้งเป็นแมลงนักพยากรณ์ที่บอกการถึงของฤดูฝน เรียกได้ว่า “ฝนมา แมลงเหล่านี้ก็มา” เป็นตัวชี้วัดที่น่าศึกษา ทั้งบอกเล่าถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมอาหารที่ค้นผ่านแมลงได้อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ยังมี แมลงเหนี่ยง ด้วงดิ่ง ฯลฯ ก็นำมาเป็นอาหาร และสำหรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อนโลกรวน แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อแมลง!! แมลงบางชนิดต้องอยู่ในแหล่งน้ำสะอาด ต้องมีพืชน้ำ ฯลฯ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศไปก็จะอยู่อย่างยากลำบากขึ้น
“อากาศร้อนขึ้นส่งผลต่อแหล่งอาหาร หรืออากาศที่ร้อนขึ้นอาจส่งผลต่อวงจรชีวิตของแมลงบางชนิด อาจโตเร็วขึ้น ประชากรเยอะขึ้น อาหารไม่พอ ฯลฯ เกิดเป็นความไม่สมดุล โดยภาพเหล่านี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แมลงที่นำมาเป็นอาหารแม้จะไม่ได้กินกันเป็นอาหารหลัก แต่แมลงกินได้เหล่านี้ก็เป็นอาชีพให้กับชุมชนกับบางคน”
ส่วนแมลงกินได้ที่กล่าวถึง การเป็นอาหารแห่งอนาคต นั้น ด้วยที่การปศุสัตว์ สัตว์ใหญ่ใช้น้ำใช้อาหาร ใช้พื้นที่การเลี้ยงเยอะ รวมถึงปล่อยก๊าซมีเทนก็เยอะ “แมลง” ใช้พื้นที่น้อยใช้ทรัพยากรน้อย สามารถนำมาจัดทำเป็นฟาร์มแมลงได้จึงเป็นอาหารแห่งอนาคต เป็นแหล่งโปรตีนซึ่งปัจจุบันเราสามารถทำฟาร์มจิ้งหรีดได้ถึง 4 ชนิด ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมี มดแดง มีไข่มดแดง วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยม นำมาปรุงเมนูจานพิเศษต่างๆได้หลากหลายเช่นกัน โดยวัฒนธรรมอาหาร วัตถุดิบอาหารยังพยากรณ์บอกเล่าฤดูกาลได้โดดเด่น และนอกจากด้านประโยชน์ ด้านโทษภัยก็สามารถศึกษาสังเกตได้จาก “แมลง” โดยช่วงหน้าฝน มีความชื้น ชุ่มฉ่ำมวนลำไย แมงแกง มวนลิ้นจี่ ฯลฯ เป็นศัตรูสำคัญของสวนลิ้นจี่ ลำไย โดยช่วงฤดูฝนเกษตรกรต้องเฝ้าระวัง
ส่วนพื้นที่ไหนที่ชอบกินแมลงชนิดนี้ก็สามารถช่วยกำจัดได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมี นำมากิน โดยตัวเต็มวัยจะมีกลิ่นที่รุนแรง สามารถนำมาทำน้ำพริก เป็นต้น แต่สำหรับ ก้นกระดก แมลงร้ายในช่วงฤดูต้องระวังให้มาก โดย ผศ.ดร.ชามา ให้คำแนะนำเล่าเพิ่มอีกว่า ช่วงฝนตก อากาศชื้นจะพบแมลงชนิดนี้

“ก้นกระดก เป็นแมลงกลุ่มด้วง รูปร่างภายนอกอาจดูไม่น่ากลัวเหมือนแมลงหรือสัตว์มีพิษชนิดอื่นๆ แต่พิษของแมลงชนิดนี้สร้างความเจ็บปวดรุนแรง เป็นแผลพุพอง ปวดแสบปวดร้อน โดยก้นกระดกของแมลงจะคอยป้องกันระวังภัย หากเผลอไปปัดไปสัมผัส แมลงจะปล่อยสารพิษในตัวออกมา ทำให้ผิวหนังมีผื่นแดง พุพอง ปวดแสบร้อน ฯลฯ
ช่วงหน้าฝนจึงต้องระวัง ปิดหน้าต่าง ประตูให้สนิท รวมถึงปิดไฟที่ไม่ใช้ ไม่จำเป็น ด้วยที่แสงไฟก็เป็นตัวดึงดูดให้แมลงเหล่านี้เข้ามาใกล้เราได้ อีกทั้งก่อนนอน หรือนั่งเล่น ควรสังเกตว่ามีแมลงตัวเล็กๆว่ามีลักษณะคล้ายก้นกระดกหรือไม่ โดยลำตัวแมลงมีสีดำสลับส้มเป็นปล้องๆ ฯลฯ” โดยทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ของแมลงในฤดูฝน แมลงที่กำลังส่งสัญญาณธรรมชาติ บอกเล่าการเปลี่ยนผ่านและการมาถึงของฤดูกาลใหม่.
พงษ์พรรณ บุญเลิศ



