เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ศาลหลักเมือง กทม. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14  สะท้อนสถานการณ์ที่วานนี้ (31 พ.ค.) หลายพื้นที่ใน กทม.มีฝนตกหนัก ทำให้เกิดปัญหาน้ำขัง และรถก็ติดว่า  ตนมีนโยบายแก้ปัญหาเรื่องนี้ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ติดตามและวิเคราะห์สภาพอากาศล่วงหน้าด้วยระบบเรดาร์อัจฉริยะ เพื่อให้สามารถตรวจจับการก่อตัวและวางแผนการระบายน้ำแต่ละพื้นที่ให้แม่นยำ ทั้งการเปิด ปิดประตูระบายน้ำและการบริหารเส้นทางการไหลของน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์

นางมัลลิกา กล่าวว่า แนวคิดเชื่อมโยงระบบ AI ด้านการจราจรเข้ากับระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้การสั่งการระบายน้ำและการจัดการการจราจรสามารถดำเนินการได้แบบอัตโนมัติและสอดประสานกันมากขึ้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปรับแผนการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วจึงลงพื้นที่แก้ไข ซึ่งมักไม่ทันต่อเหตุการณ์

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นเอกภาพ โดยจะเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การอบรม และการสร้างวินัยในการบริหารจัดการเมืองภายใต้หลักธรรมาภิบาล ไม่ปล่อยให้ปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำ เช่น การให้ความสำคัญกับบางพื้นที่ก่อนเพราะเหตุผลทางการเมือง แต่จะยึดประโยชน์ของประชาชนและประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเป็นหลัก

ทั้งนี้ ยังมีแนวคิดต่อยอดโครงการจัดเก็บน้ำใต้ดิน หรือระบบกักเก็บน้ำใต้ผิวดิน ซึ่งเคยมีการดำเนินการในอดีต แต่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าระบบดังกล่าวสามารถเป็นอีกกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว

สำหรับแนวทางดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดินในหลายรูปแบบ ทั้งในพื้นที่สาธารณะของ กทม.สวนสาธารณะ พื้นที่ภาคเอกชน รวมถึงภายในบ้านเรือนประชาชน โดยจะจัดทำเป็นบ่อพักน้ำใต้ดินที่มีระบบรองรับน้ำหลายชั้น สามารถกักเก็บน้ำปริมาณมากไว้ชั่วคราวในช่วงฝนตกหนัก ก่อนค่อย ๆ ระบายหรือปล่อยให้น้ำซึมลงสู่ชั้นดินตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลบ่าบนพื้นผิวและลดความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขัง

นางมัลลิกา อธิบายว่า ระบบดังกล่าวมีลักษณะคล้ายแก้มลิงใต้ดิน โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติม เนื่องจากสามารถติดตั้งใต้พื้นที่ใช้งานเดิมได้ ทั้งบริเวณสนาม พื้นที่ว่างสาธารณะ หรือพื้นที่ตามแนวรั้วต่าง ๆ เมื่อก่อสร้างแล้วจะมีฝาปิดตามปกติ ประชาชนยังสามารถใช้พื้นที่ได้ตามเดิม แต่ภายในจะเป็นพื้นที่รองรับน้ำฝนจำนวนมาก ช่วยลดปัญหาน้ำล้นเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและชุมชน

นางมัลลิกา ย้ำว่า หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะให้ความสำคัญกับการสานต่อนโยบายหรือโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผลงานของผู้บริหารคนใดก็ตาม โดยจะไม่นำประเด็นทางการเมืองหรือความขัดแย้งมาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมือง ยืนยันว่าหากโครงการใดมีประสิทธิภาพและประชาชนได้รับประโยชน์ ก็พร้อมที่จะต่อยอดและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่โครงการหรือระบบใดที่จำเป็นต้องปรับปรุงหรือปฏิรูป ก็จะดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกคน

เมื่อถามย้ำว่า หากคนกรุงเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำจะดีขึ้นหรือไม่ นางมัลลิกา ยืนยันว่า ใช่ โดยเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากสามารถดำเนินมาตรการทั้ง 3 ด้าน ที่เสนอไว้ควบคู่กัน ได้แก่ การใช้เทคโนโลยี AI ในการคาดการณ์และบริหารจัดการน้ำ การบูรณาการการทำงานของบุคลากรภายใต้หลักธรรมาภิบาล และการเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดิน

นางมัลลิกา กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถอาศัยเพียงการแก้ไขเฉพาะหน้า เช่น การส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยการจราจรหลังเกิดเหตุ เพราะเมื่อฝนตกหนักและมีรถสะสมจำนวนมากแล้ว การแก้ไขลักษณะดังกล่าวอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใช้การบริหารจัดการเชิงรุกควบคู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามามีส่วนร่วม โดยเชื่อว่าหากมีระบบที่ดีและการทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องจะก้าวข้ามอุปสรรคและผลักดันให้การแก้ไขปัญหาบรรลุผลได้.