เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีพบซากพะยูนเพศผู้วัยเด็กซึ่งมีชิ้นส่วนบริเวณหัว ครีบทั้ง 2 ข้าง และหางถูกของมีคมตัดขาด เกยตื้นบริเวณชายฝั่งทะเลเนินนางนอน บ้านบางจัน ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชันสูตรหาสาเหตุการตาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิด หากพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด อีกทั้งกำชับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังสัตว์ทะเลหายากและแหล่งอาศัยของพะยูน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก

ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบซากโดยเร่งด่วน ก่อนขนย้ายซากลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรโคกกลอย และส่งมอบให้ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบนดำเนินการชันสูตรอย่างละเอียด ผลการชันสูตรพบว่าเป็นพะยูนเพศผู้วัยเด็ก คาดว่ามีความยาวลำตัวประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนัก 24 กิโลกรัม สภาพร่างกายสมบูรณ์ปกติ แต่ซากอยู่ในระยะเน่าปานกลาง จึงไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ พบบริเวณหัว ครีบทั้งสองข้าง และส่วนหางถูกของมีคมตัดขาด ซึ่งคาดว่าเกิดขึ้นภายหลังการตาย นอกจากนี้ ภายในทางเดินอาหารพบหญ้าทะเลและสิ่งแปลกปลอมจำพวกเอ็นหรือเชือก จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการตายเพิ่มเติม

นายปิ่นสักก์ กล่าวอีกว่า กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวน การกระทำใด ๆ ต่อซากสัตว์ป่าสงวนโดยมิชอบถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 – 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากพบผู้กระทำผิด กรมฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือเกยตื้น หรือมีเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก สามารถแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง