สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า การตำหนิทรัมป์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่เพิ่มขึ้นของสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน ในการใช้อำนาจทางการเมืองต่อต้านประธานาธิบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากทรัมป์ให้การสนับสนุนนายเคน แพกซ์ตัน อัยการสูงสุดของรัฐเทกซัส มากกว่านายจอห์น คอร์นิน วุฒิสมาชิกสหรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญ

กองทุนดังกล่าวเกิดขึ้นจากข้อตกลงทางกฎหมายระหว่างทรัมป์กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เพื่อยุติคดีความที่ทรัมป์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 325,720 ล้านบาท) จากสำนักงานสรรพากร (ไออาร์เอส) เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลการยื่นภาษีที่ผิดพลาด โดยเงินในกองทุนมีไว้เพื่อจ่ายให้กับผู้ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจาก “การถูกใช้เป็นอาวุธหรือนิติสงคราม”

อย่างไรก็ตาม กองทุนจุดประกายให้เกิดการท้าทายทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว และความไม่พอใจทางการเมือง รวมถึงจากวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งแสดงความโกรธเคืองว่า ผู้ที่ก่อเหตุโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 อาจได้รับเงินชดเชยจากภาษีของประชาชน ขณะที่นักวิจารณ์หลายคนประณามว่าเป็น “กองทุนลับ”

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสหรัฐ ในรัฐเวอร์จิเนียและรัฐฟลอริดา ออกคำสั่งระงับกองทุนชดเชยของทรัมป์เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 12 มิ.ย. นี้ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ด้านโฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” กับการตัดสินใจเหล่านั้น แต่กระทรวงจะปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล โดยไม่มีการระบุว่า กองทุนดังกล่าวถูกยกเลิกอย่างถาวรหรือไม่.

เครดิตภาพ : REUTERS