นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุด มีหนังสือตอบกลับมายัง รฟท. แล้ว โดยเห็นชอบร่างสัญญาฯ ไม่มีข้อสังเกตใดเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้อัยการสูงสุด ยังมีความคิดเห็นเรื่องหลักประกันรัฐร่วมลงทุนงานโยธา ซึ่งอัยการสูงสุดต้องการให้รวมหลักประกันเพิ่มเติมที่เอกชนต้องวางเพิ่ม 1.6 แสนล้านบาท กับหลักประกันปกติ แต่เมื่อ รฟท.ชี้แจงว่าหลักประกัน 2 ส่วนแยกกันตั้งแต่ต้นตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ทางอัยการสูงสุดฯ จึงไม่ขัดข้อง และเห็นชอบร่างสัญญาฯ
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า แม้อัยการสูงสุดจะเห็นชอบร่างสัญญาฯ แล้ว แต่ได้กำชับว่าการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) รฟท. ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามเวลานี้เรื่องร่างสัญญาฯ ยังคงต้องรอคำตอบจากเอกชน หลังจากเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 รฟท. และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) ได้ประชุมร่วมกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน(กลุ่มซีพี.) เอกชนคู่สัญญา เพื่อแจ้งถึงนโยบายกระทรวงคมนาคมที่ไม่ให้แก้ไขสัญญาฯ และให้เอกชนกลับไปพิจารณา โดย รฟท. จะเร่งติดตามสอบถามคำตอบกลับไปอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ก่อนเสนอ สกพอ. และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ต่อไป
ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์ รายงานว่า ในการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม มีนโยบายไม่แก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ซึ่งเอกชนก็ต้องไปพิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร โดยเบื้องต้นจะมีการรายงานเรื่องที่อัยการสูงสุดฯ เห็นชอบร่างสัญญาฯ ต่อที่ประชุม กพอ. ในวันที่ 5 มิ.ย.2569 ด้วย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายอนันต์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า มีแผนงานจะเสนอ ครม. พิจารณาแก้ไขสัญญาฯ ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.2569
หาก ครม.เห็นชอบ จะมีการลงนามสัญญาในเดือน ก.ค.2569 ซึ่งเอกชนต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม 1.6 แสนล้านบาท จากนั้นจะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ในเดือน ส.ค.2569 โดยเอกชนต้องวางเงินหลักประกันสัญญา 4.5 พันล้านบาทด้วย ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี และทดสอบระบบประมาณ 6 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการภายในปี 2575
อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการนี้มีช่วงที่มีโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน ระยะ(เฟส)ที่ 1 สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง จึงได้วางกรอบการดำเนินงานไว้ว่า หากการลงนามสัญญาในการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ ไม่แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่วางไว้เดือน ก.ค.นี้ รฟท. จำเป็นต้องเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงขอบเขตงาน โดยนำงานโครงสร้างร่วมของสัญญา 4-1 กลับมาก่อสร้างเอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน.



