เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. และแกนนำพรรค นายอนุชาญ กวางทอง ผู้สมัคร สก.เขตพญาไท เบอร์ 7 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนย่านชุมชนลือชา เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องและติดตามความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงเสียงตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ กทม. ว่าดีขึ้น ซึ่งในช่วงต้นคิดว่าช่วงแรก ความรับรู้อาจจะไม่มาก แต่ตอนนี้เราลงพื้นที่ โดยเฉพาะนายอนุชา ได้จับประเด็นสำคัญๆ ของ กทม. ทำให้ประชาชนรับรู้ดีขึ้นและการตอบรับดีขึ้น แต่ยังต้องทำงานอย่างหนักในเวลาที่เหลือ ทั้งนี้ วันที่ 17-18 มิ.ย. จะมีการปราศรัยเพื่อให้นำเสนอนโยบายต่างๆ ได้ครบถ้วนและเก็บเกี่ยวประเด็นการลงพื้นที่เสนอให้กับพี่น้องประชาชนยืนยันว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ และเรื่องหลักที่นายอนุชานำเสนอซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่ประชาชนต้องการ แต่การแก้ไขสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยคนที่มีทักษะทางด้านการบริหาร ความสามารถในการประสานงาน และมีประสบการณ์ทางการเมืองด้วย
เมื่อถามถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตพญาไท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในนโยบายหนึ่งคือเรื่องการใช้พื้นที่ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งความจริง กทม. จะทราบอยู่แล้วจากฐานการจัดเก็บภาษีที่ดินสิ่งเหล่านี้ จะสามารถทำให้มีการนำมาวางแผนและเสนอนโยบายที่จูงใจให้มีการนำที่ดินออกมาใช้ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชน แต่ภาคเอกชนตอบรับในเรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าในอดีตภาษีที่ดินยังไม่ได้เก็บเต็มที่ สังเกตดูว่าในช่วงหลังมีเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ พยายามทำให้ที่ดินเป็นที่การเกษตรเพื่อไม่ให้เสียภาษีในอัตราที่สูง ซึ่งเรามองว่าพื้นที่เหล่านั้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับสาธารณะได้ โดย กทม. สามารถจูงใจและเจ้าของที่สามารถลดภาระตัวเองในเรื่องของภาษีได้ ก็จะทำให้ประชาชนมีพื้นที่ใช้ โดยเราคิดถึงเรื่องของพื้นที่ด้านศิลปะ และสวนสาธารณะ
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชน ตั้ง ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ มาร่วมเป็นประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ทางพรรคประชาธิปัตย์กังวลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีความกังวลอะไร เพราะว่าการได้บุคลากรต่างๆ เข้ามาทำงานก็เป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้นและอยู่ที่พี่น้องประชาชนจะตัดสินใจ
ด้านนายอนุชา กล่าวว่า ในเขตพื้นที่เขตพญาไท ปัญหาแรกคือทางเท้า ซึ่งจะเห็นว่าซอยค่อนข้างที่จะแคบ ทำให้คนเดินลำบาก เพราะการพัฒนายังไม่เต็มที่ จากการสอบถามชาวบ้านพบว่าใช้เวลาเป็นปีก็ยังไม่เสร็จ ตนจึงต้องเข้ามาเพื่อให้ทุกคนมีความมั่นใจ หากมีโอกาสทำงานตรงนี้ และ สก. ในพื้นที่ ถ้าเป็นของพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น คงต้องนำไปพูดคุยกันในสภากรุงเทพฯ เป็นอันดับแรก และพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม. โดยตรง เพื่อทำให้การแก้ปัญหารวดเร็วมากขึ้น
“จากการที่เดินพบปะประชาชน กลับกลายเป็นว่าให้การตอบรับและมีฟีดแบ็กกลับมาว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่งทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.ทุกเขต นอกจากนั้นยังมีผู้ใหญ่ของพรรคในระดับหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค มาลงพื้นที่ด้วย เขาเริ่มมีความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาจะได้รับไม่แค่เพียงลักษณะหัวเดียวกระเทียมลีบ รับปัญหาแล้วไปทำต่อได้หรือไม่ แต่ ณ วันนี้ทุกระดับชั้นทั้ง สก. และผู้ว่าฯ หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค สามารถที่จะนำไปต่อยอด เพื่อทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นด้วย” นายอนุชา กล่าว.





