นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.2569 สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จะเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ เส้นทาง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ด้วยอากาศยานโบอิ้ง 737-8 รองรับอุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศไทย และมาเลเซีย พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการบินแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้สำรองบัตรโดยสารในราคาพิเศษเริ่มต้น 0 บาท (ไม่รวมภาษี และค่าธรรมเนียม) ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 19 มิ.ย. 2569 สำหรับการเดินทางระหว่างวันที่ 9 ต.ค. 2569 – 27 มี.ค. 2570 ผ่านทางเว็บไซต์ www.vietjetair.com หรือแอปพลิเคชัน Vietjet Thailand

นายวรเนติ กล่าวอีกว่า สำหรับตารางบิน มีดังนี้ เที่ยวบิน VZ680 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 11:00 น. และเดินทางถึงกัวลาลัมเปอร์ เวลา 14:10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และเที่ยวบิน VZ681 ออกเดินทางจากกัวลาลัมเปอร์ เวลา 15:15 น. และเดินทางถึงกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 16:30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) อย่างไรก็ตามการให้บริการเส้นทางดังกล่าว นับเป็นการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงสู่ประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรก โดยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียยังคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้าประเทศไทย สถิติล่าสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า มีจำนวนเป็นอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ด้วยยอดสะสมกว่า 1 ล้านรายในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569

การเปิดเส้นทางใหม่นี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางสู่จุดหมายในอาเซียนได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะที่ในเชิงการแข่งขัน เส้นทางกรุงเทพฯ–กัวลาลัมเปอร์ เป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของอาเซียนที่มีผู้ให้บริการหลากหลาย ทั้งสายการบินฟูลเซอร์วิส และแบบราคาประหยัด ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูงอย่างต่อเนื่อง การเข้าสู่ตลาดของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการเพิ่มตัวเลือกด้านราคา แต่ยังเพิ่มทางเลือกเชิงเครือข่าย ความถี่เที่ยวบิน พร้อมเพิ่มทราฟฟิกผู้โดยสารในเส้นทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอีกด้วย

นายวรเนติ กล่าวด้วยว่า การเปิดเส้นทางบินดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักภายใต้โรดแมปการขยายฝูงบิน และเครือข่ายเส้นทางบินของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพื่อครอบคลุมจุดหมายสำคัญทั่วภูมิภาค โดยในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี 2569 สายการบินฯ เตรียมรับมอบอากาศยานโบอิ้ง 737-8 เข้าร่วมฝูงบินเพิ่มเติม 16 ลำ เพื่อรองรับการเพิ่มความถี่ในเส้นทางยอดนิยม และการเปิดเส้นทางใหม่ ทั้งเส้นทางระยะใกล้ (short-haul) ระยะกลาง (medium-haul) และเที่ยวบินเชื่อมต่อ (connecting flights) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ควบคู่กับการเชื่อมโยงประเทศไทยสู่จุดหมายศักยภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลาย น่าประทับใจ และเข้าถึงได้สำหรับผู้โดยสารทุกกลุ่ม ภายใต้แนวคิด ‘Enjoy Flying’



