เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุยกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ว่าจะเข้าสู่กระบวนการอย่างไร และการตั้งทีมตัวแทนเข้าไปพูดคุยเมื่อเข้าสู่กระบวนการอนุสัญญา UNCLOS รวมถึงการเตรียมเดินทางเยือนประเทศเวียดนาม โดยมีความเป็นได้ว่าหัวหน้าคณะพูดคุยตามกระบวนการอนุสัญญา UNCLOS จะเป็นนายสีหศักดิ์ เพราะเป็นระดับที่ต้องดูแลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยแต่ละประเทศจะตั้งตัวแทน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเพื่อให้มีความเป็นกลาง ขณะนี้จะเดินหน้าเชิงรุกอย่างไรบ้าง ไม่ได้คิดว่าใครรุกใคร คิดแต่ว่าไทยต้องไม่มีการเสียประโยชน์อะไรที่เรามีอยู่เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิปไตย และการรักษาสิทธิ และประโยชน์ของเรามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามถึงคาดหวังในการเจรจาครั้งนี้จะคืบหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการ และยังมีอีกหลายขั้นตอน เมื่อถึงเวลา รมว.ต่างประเทศ จะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายสนธิสัญญาระหว่างประเทศ จึงต้องให้คนที่มีความรู้ความชำนาญโดยตรงมาให้ข้อมูลเมื่อถึงเวลาอันสมควร

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะที่ผ่านมากัมพูชามักช่วงชิงความได้เปรียบบนเวทีโลกก่อนไทยเสมอ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องกังวล มัวแต่จะไปวิ่งตามคนโน้นคนนี้ไม่ได้ เพราะเรามีความมั่นใจในความสามารถในการปกป้องอธิปไตยของเรา ในการรักษาดินแดนของเราไว้แค่นี้ เราก็ไม่ต้องไปหวั่นไหว และตามหลักแล้วคนที่ต้องวิ่งไปโน้นนี่ วิ่งหาความชอบธรรม ก็แสดงว่ามันไม่มีความชอบธรรมอยู่ จึงต้องไปแสวงหา แต่เรามั่นใจในความชอบธรรมของเรา เราก็ไม่ต้องไปวิ่งหาความชอบธรรมที่ไหน เพราะเราอธิบายทุกคนได้ อธิบายทุกฝ่ายได้แม้ในประเทศของเรา

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมรับการยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2544 ของไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับ UNCLOS เพราะหากไม่ยอมรับสิ่งนี้ก็ไปไหนต่อไม่ได้ เพราะทางกัมพูชาเป็นคนบอกว่าจะใช้กลไกนี้ และเราก็ต่างเป็นภาคี ต้องย้ำว่าเราต้องยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2544 ไม่ใช่เพราะว่าจะไม่คุยอะไรกัน แต่ติดกรอบที่ไปไหนไม่ได้เลย มานานกว่า 25 ปี อะไรก็ตามที่ดำเนินการมา 25 ปีแล้วแต่ยังไม่ได้ไปไหนเลยก็ต้องเปลี่ยนกรอบ และรูปแบบ ส่วนเหตุผลที่ไม่ยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2543 เพราะได้เดินหน้ามากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ต้องทำต่อในเรื่องของการปักปันเขตแดนตามหลักสากล เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าไทยยกเลิกฝ่ายเดียว มันไม่ใช่จึงต้องหากรอบใหม่มาเจรจา และกัมพูชาขอใช้ UNCLOS แต่ตนเคยพูดไปแล้วว่าอาจเป็นเอ็มโอยู ปี 2569 หรือปี 2570 ก็ได้ แต่กัมพูชายืนยันว่าจะใช้กลไกอนุสัญญา UNCLOS หมายความว่าจากนี้ไปจะคุยกันแค่ UNCLOS ไม่คุยกันเรื่องความร่วมมืออื่นๆ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ยังไม่ต้องคุย การเปิดด่านไม่มีวันเปิด และนี่คือท่าทีของไทย.