เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ณ โรงแรม The PBRU Heritage มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานบังคับคดี เครือข่ายบังคับคดี ผู้แทนสถาบันการเงิน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน
นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีอย่างมาก เนื่องจากเป็นกลไกสมานฉันท์ที่ช่วยยุติข้อพิพาทระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ได้อย่างเป็นธรรม แม้ว่ากรมบังคับคดีจะมีภารกิจหลักในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินหลังศาลมีคำพิพากษา แต่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ส่งผลให้ประชาชนหลายรายประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง จนถูกบังคับคดีอายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์สิน กรมบังคับคดี จึงใช้นโยบายเชิงรุกจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯ ขึ้นเพื่อระงับความเดือดร้อน ช่วยให้ลูกหนี้มีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสามารถขับเคลื่อนชีวิตต่อไปได้

ด้านนายพจกรณ์ วงศ์ปักษา ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี กล่าวเพิ่มเติมถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า โครงการ “มหกรรมไกล่เกลี่ยเจรจาหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินและองค์กรเจ้าหนี้รวม 10 แห่ง ที่พร้อมใจกันเข้ามาให้ความช่วยเหลือและยื่นข้อเสนอพิเศษในการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ประชาชน ประกอบด้วย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)/ ธนาคารออมสิน /บริษัท โตโยต้า ลิสซิ่ง จำกัด/ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด/ บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) /บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด/ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์คเซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)/ บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด /สหกรณ์การเกษตรเมืองเพชรบุรี จำกัด และ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนศาลาเขื่อน

สำหรับงานมหกรรมในวันนี้ ถือเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่าย โดยฝั่งเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้คืนอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในกระบวนการบังคับคดีที่ยืดเยื้อ ขณะที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็สามารถรักษาบ้าน ที่ดิน หรือทรัพย์สินทำมาหากินไว้ได้ นับเป็นก้าวสำคัญในการลดปริมาณคดีสู่การขายทอดตลาด และช่วยสร้างความสงบสุขร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน



