เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียลูกพะยูนเพศผู้ที่พลัดหลงฝูงและเสียชีวิตระหว่างการรักษา แม้เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้เร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในอนาคต

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ได้รับแจ้งพบลูกพะยูนเพศผู้ ความยาว 112 ซม. น้ำหนักตัว 25 กก. พลัดหลงเกยตื้น บริเวณชายหาดแหลมสน จ.ระนอง และได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่และช่วยนำส่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและบริเวณส่วนหัวสันนิษฐานว่าเกิดจากการพลัดหลงและถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้น เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลและส่งตัวเข้ารับการอนุบาลต่อมายังศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต

ตลอดระยะเวลาการรักษา เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ร่วมกับอาสาสมัคร ได้ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสังเกตอาการและดูแลลูกพะยูนตลอด 24 ชั่วโมง โดยจากผลตรวจสุขภาพ พบความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติค่อนทางผอม (Body condition score 2.5/5) ลักษณะภายนอกพบรอยช้ำข้างลำตัว คาดว่าเกิดจากการเกยตื้น อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 80-100 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับพฤติกรรมของพะยูน อัตราการหายใจช่วงเวลาพักเฉลี่ย 1-3 ครั้งใน 5 นาที อัตราการหายใจในช่วงว่ายน้ำ 4-5 ครั้งใน 5 นาที พบภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ และภาวะการขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง การทำงานของทางเดินอาหาร พบภาวะท้องอืด โดยมีแก๊สสะสมในทางเดินอาหารจำนวนมาก เนื่องจากลูกพะยูนไม่ได้รับอาหารมาเป็นเวลานาน

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถ แต่ลูกพะยูนเกิดภาวะช็อก ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นเพื่อช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้กำลังดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด และนำผลที่ได้มาพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของสัตว์ทะเลหายากที่ประสบเหตุในอนาคต ตลอดจนเดินหน้ามาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรพะยูนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ลูกพะยูนตัวดังกล่าวได้ขึ้นมาเกยตื้นเป็นครั้งที่ 2 โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติแหลมสน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่อุทยานฯ ว่าได้พบลูกพะยูนตัวดังกล่าวเกยตื้นอยู่บริเวณปากคลอง ใกล้หาดแหลมสน บริเวณท่าหิน กะเปอร์ จ.ระนอง โดยอุทยานแห่งชาติแหลมสน ได้ประสานศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสิรินธาร จ.ภูเก็ต นำตัวไปดูแล โดยมีการตั้งชื่อว่า “น้องชมพู”