นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,634 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 13,494 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,866 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6,627 และข้อความจาก Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 39 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง และข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ จะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ

อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ในอดีต ภาคอีสาน เป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา

อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เมื่อ 3,000 ปีก่อน ประเทศไทยเป็นของประเทศอิสราเอล

อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เอาหูแนบหมอน แล้วได้ยินเสียงหัวใจเต้น เป็นสัญญาณเตือนโรคความดันโลหิตสูง

อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง รถขนส่งน้ำแข็ง ลอบขนยาไอซ์ซุกถังน้ำแข็งตบตาเจ้าหน้าที่ บริเวณใกล้โรงพักช้างเผือก

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง TikTok user4146696014093 รับทำใบขับขี่เร่งด่วน ภายใต้การควบคุมของขนส่งฯ

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เกษตรกร มีที่นาเกิน 10 ไร่ จะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องมีคุณสมบัติและไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

1. มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

2. ต้องไม่เป็นบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้

  • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือผู้บวชในศาสนา
  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง หรือบุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
  • นักเรียนหรือนักศึกษา
  • ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
  • ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
  • ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
  • ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญ และชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
  • ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร

3. มีรายได้ หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใด รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

4. ไม่มีบัตรเครดิต

5. มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท

6. มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

7. ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด ดังนี้

  • ห้องชุด (คอนโดมิเนียม) ทุกแห่งรวมกัน มีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว ทุกแห่งรวมกัน มีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
  • กรณีเป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
  • กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่

8. ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น

  • รถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี
  • รถยนต์สามล้อ
  • รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
  • รถเพื่อการเกษตร

ทั้งนี้ สามารถถือครองยานพาหนะในกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด