สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เป็นส่วนหนึ่งในการตอบสนองของอียู ต่อผลกระทบจากสงครามอิหร่านในตลาดพลังงาน ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง และทำให้ค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น เนื่องจากอียูพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า

มาตรการดังกล่าวจะกำหนดให้รัฐบาลของแต่ละประเทศ ต้องเก็บภาษีไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่ไฟฟ้า ในภาคส่วนการขนส่ง อุตสาหกรรม และการทำความร้อน ซึ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลัก

ร่างข้อเสนอระบุว่า อียูจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อลดค่าไฟฟ้าและการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมกับเสริมว่า การลดต้นทุนพลังงานจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และปั๊มความร้อน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของประเทศสมาชิกอียู ยังคงสามารถกำหนดอัตราภาษีระดับประเทศได้ ตราบใดที่สอดคล้องกับกฎระเบียบโดยรวม

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายข้างต้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนการเผยแพร่ จะกำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ต้องให้แรงจูงใจแก่ผู้บริโภค ในการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในช่วงเวลาที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งผู้ใช้โครงข่ายไฟฟ้าควรได้รับแรงจูงใจให้ประพฤติตัวอย่างเป็นมิตรต่อระบบ ด้วยการปรับการใช้พลังงาน หรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานในช่วงเวลาและสถานที่มีแหล่งพลังงานราคาถูกที่สุด.

เครดิตภาพ : REUTERS