สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ นายลีโอ โซโรคิน จากเมืองบอสตัน มีคำตัดสินในคดีฟ้องร้องที่ยื่นโดยอัยการรัฐจากพรรคเดโมแครต 20 รัฐ ที่ท้าทายค่าธรรมเนียมที่ทรัมป์ประกาศในเดือนก.ย. 2568 ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในการขอวีซ่าเอช-1บี

ฝ่ายบริหารโต้แย้งว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นค่าปรับทางการเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ประธานาธิบดีมีอำนาจเรียกเก็บ ภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งให้อำนาจเขาในการจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติบางกลุ่ม หากเขาเห็นว่า “เป็นอันตราย” ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม โซโรคินสรุปว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ใช่ค่าปรับ “แต่เป็นภาษี” ที่ทรัมป์ไม่มีอำนาจจากสภาคองเกรสในการเรียกเก็บ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และสำนักงานสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ (ยูเอสซีไอเอส) ก็ไม่สามารถดำเนินการได้

ในกรณีนี้ เนื้อหาและการนำไปใช้ของค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าคือการเก็บภาษี ไม่ว่าการชำระเงินนั้นจะถูกเรียกว่าอะไรก็ตาม

ผู้พิพากษาอ้างถึงคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ในเดือน ก.พ. ที่ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ ซึ่งเขาดำเนินการภายใต้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยหากพิจารณาถึงตรรกะของคำตัดสินในคดี ทรัมป์ก็ไม่มีอำนาจภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS