สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ นายลีโอ โซโรคิน จากเมืองบอสตัน มีคำตัดสินในคดีฟ้องร้องที่ยื่นโดยอัยการรัฐจากพรรคเดโมแครต 20 รัฐ ที่ท้าทายค่าธรรมเนียมที่ทรัมป์ประกาศในเดือนก.ย. 2568 ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในการขอวีซ่าเอช-1บี
ฝ่ายบริหารโต้แย้งว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นค่าปรับทางการเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ประธานาธิบดีมีอำนาจเรียกเก็บ ภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งให้อำนาจเขาในการจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติบางกลุ่ม หากเขาเห็นว่า “เป็นอันตราย” ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ
The Trump administration’s decision to add a $100,000 fee to H-1B visa applications for highly skilled foreign workers is unlawful, a federal judge ruled on Monday. https://t.co/rK7mj2YN8Y pic.twitter.com/krDxUyMsqF
— Financial Times (@FT) June 8, 2026
อย่างไรก็ตาม โซโรคินสรุปว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ใช่ค่าปรับ “แต่เป็นภาษี” ที่ทรัมป์ไม่มีอำนาจจากสภาคองเกรสในการเรียกเก็บ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และสำนักงานสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ (ยูเอสซีไอเอส) ก็ไม่สามารถดำเนินการได้
ในกรณีนี้ เนื้อหาและการนำไปใช้ของค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าคือการเก็บภาษี ไม่ว่าการชำระเงินนั้นจะถูกเรียกว่าอะไรก็ตาม
ผู้พิพากษาอ้างถึงคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ในเดือน ก.พ. ที่ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ ซึ่งเขาดำเนินการภายใต้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยหากพิจารณาถึงตรรกะของคำตัดสินในคดี ทรัมป์ก็ไม่มีอำนาจภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



