สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส หารือเกี่ยวกับโครงการที่มีปัญหาดังกล่าว นอกรอบการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป (อียู)-บอลข่านตะวันตก ในมอนเตเนโกร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การหารือข้างต้นได้ข้อสรุปว่า ไม่มีโอกาสที่จะคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ระหว่างบริษัทอาวุธที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้ ดังนั้น เมิร์ซจึงแนะนำมาครงไม่ให้ดำเนินการสร้างเครื่องบินขับไล่ร่วมกันต่อไป
ด้านสำนักงานของมาครง ระบุว่า ผู้นำทั้งสองคนหารือเกี่ยวกับโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และแสดงความเสียใจที่หุ้นส่วนหลักในอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มบริษัทการบินและอวกาศของยุโรป “แอร์บัส” ซึ่งเป็นตัวแทนของเยอรมนีและสเปน และบริษัท ดัสโซลต์ เอวิเอชัน ของฝรั่งเศส ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
Germany and France drop joint fighter jet project, German officials say https://t.co/suQIFDoJGH https://t.co/suQIFDoJGH
— Reuters (@Reuters) June 8, 2026
การตัดสินใจยุติโครงการสำคัญด้านการป้องกันประเทศขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ทหารชาติตะวันตก เตือนถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย รวมถึงสหรัฐที่เพิ่มแรงกดดันให้ยุโรปเสริมกำลังทหารของตนเอง
อนึ่ง มาครงเปิดตัวโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ร่วมกับนางอังเกลา แมร์เคิล อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี เมื่อปี 2560 และปกป้องโครงการนี้มานานหลายเดือน ซึ่งสำนักงานของมาครงระบุว่า ฝรั่งเศสถือว่าความร่วมมือด้านกลาโหมกับเยอรมนี ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งสองประเทศ และพันธมิตรในยุโรป
อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการมูลค่า 100,000 ล้านยูโร (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) เน้นย้ำถึงความยากลำบากที่ยุโรปเผชิญ ในการฟื้นฟูศักยภาพทางทหาร หลังจากการลงทุนต่ำเกินไปนานหลายสิบปี โดยนอกจากข้อพิพาทเรื่องการควบคุมการพัฒนาระยะต่อไป และการเข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังมีความต้องการเครื่องบินขับไล่ที่แตกต่างกันอย่างมาก.
เครดิตภาพ : REUTERS



