พลังแห่งความกตัญญูมุ่งหน้าสู่ธุรกิจเงินล้าน! 2 นักศึกษาหนุ่มวัยเพียง 21 ปี จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย หลังปิ๊งไอเดียทำ “บาร์ข้าวโอ๊ตผสมสารต้านการอักเสบ” เพื่อหวังบรรเทาอาการป่วยโรคข้ออักเสบของคุณแม่ ทว่าความใส่ใจในสุขภาพนี้ กลับตอบโจทย์ตลาดอย่างแรง ยอดขายทะลุ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 3.5 แสนบาท) ในเดือนแรก ปัจจุบันสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละเกือบ 3 แสนบาท พร้อมกางแผนเดินหน้าล่าฝันสู่ยอดขาย 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี!

Bastille Post รายงานเรื่องราวความสำเร็จอันน่าทึ่งของ แฮร์ริสัน นาสตาซี และ จัสติน เอียนเนลลี 2 เพื่อนซี้ที่สนใจเรื่องการทำธุรกิจมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย แม้จะเคยล้มเหลวกับโปรเจกต์อาหารเสริมเล็กๆ มาหลายครั้ง แต่จุดพลิกผันครั้งสำคัญในชีวิตเกิดขึ้นในปี 2022 จากความห่วงใยในปัญหาสุขภาพของครอบครัว

แฮร์ริสัน สังเกตเห็นว่า คุณแม่ของเขาต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคข้ออักเสบมาเป็นเวลานาน และเธอมักจะเลือกรับประทานอาหารกลุ่ม “อาซาอิโบว์ล” อยู่เป็นประจำ เพื่ออาศัยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านการอักเสบจากธรรมชาติมาช่วยบรรเทาอาการ แต่อาซาอิโบว์ลตามท้องตลาดมักจะละลายง่าย พกพาลำบาก และที่สำคัญคือ “มีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป” ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพระยะยาว

แฮร์ริสัน จึงเกิดไอเดียว่า “ทำไมเราไม่สร้างขนมขบเคี้ยว ที่รวมสารอาหารต้านการอักเสบไว้ด้วยกัน ดีต่อสุขภาพ และพกพาไปกินได้ทุกที่ล่ะ?” ทั้งสองหนุ่มจึงใช้เวลาลองผิดลองถูกในห้องครัวที่บ้านอยู่นานหลายชั่วโมง จนในที่สุดสามารถพัฒนาแบรนด์บาร์ข้าวโอ๊ตคุณค่าทางโภชนาการสูงภายใต้ชื่อ “โบบิกา บาร์” (Bobica Bars) ได้สำเร็จ

พวกเขารวบรวมเงินทุนตั้งต้นเพียง 5,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.7 แสนบาท) ซึ่งเป็นเงินเก็บของแฮร์ริสันจากการทำงานพิเศษด้านอีคอมเมิร์ซสมัยมัธยม และเริ่มผลิตสินค้าออกวางจำหน่าย ควบคู่ไปกับการเดินสายนำเสนอแผนธุรกิจในการแข่งขันสตาร์ทอัพต่างๆ ของนักศึกษามหาวิทยาลัย

ความเจ๋งของไอเดียและสตอรี่ที่กินใจ ทำให้พวกเขาสามารถระดมทุนสนับสนุนเพิ่มได้สูงถึง 75,000 ดอลลาร์ (ราว 2.6 ล้านบาท) และคว้าชัยชนะอันดับหนึ่งในการประกวดแผนธุรกิจสตาร์ทอัพระดับนานาชาติ ซึ่งมีทีมนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 700 ทีมจากทั่วโลก

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด เกิดขึ้นหลังจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นนำเรื่องราวการชนะประกวดของพวกเขาไปออกอากาศ ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามาอย่างถล่มทลาย ดันยอดขายพุ่งแตะ 10,000 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 30 วันแรก ปัจจุบัน “โบบิกา บาร์” มียอดขายเสถียรอยู่ที่ราวๆ 8,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 2.8 แสนบาท)

แม้ตัวเลขจะดูสวยหรู แต่แฮร์ริสันเล่าว่าหลังบ้านนั้นไม่ได้ง่ายเลย อุปสรรคที่หินที่สุดคือการติดต่อหาโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน ซึ่งพวกเขาต้องใช้เวลาเจรจานานถึง 3 ปีเต็ม

แฮร์ริสันแชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจว่า “หลายคนคิดว่าพอหาโรงงานผลิตได้แล้วทุกอย่างจะสบาย แต่ความท้าทายที่แท้จริงมันเพิ่งเริ่มขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก ทั้งการบริหารต้นทุนให้ต่ำลง การวางระบบผลิตตุนสินค้าจำนวนมาก และการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานให้ทันเวลา เป็นเรื่องที่ปวดหัวมากครับ”

ในปีนี้ทั้งสองคนวางแผนที่จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างไกลยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้แบรนด์ทำรายได้ทะลุเป้าหมาย 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 35 ล้านบาท) พร้อมทั้งทิ้งท้ายคำแนะนำอันเฉียบคมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีฝันว่า “อย่าลังเล จงเปลี่ยนไอเดียให้เป็นความจริงตั้งแต่วันแรก” ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มวาดโลโก้ จดทะเบียนบริษัท หรือทำสินค้าตัวอย่างชิ้นแรก ขอแค่ให้เริ่มลงมือทำ ดีกว่าคิดฟุ้งซ่านอยู่เฉยๆ แน่นอน

ที่มาและภาพ : insight korea, Bastille Post