สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า กลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ (ไอแคน) ระบุว่า ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ 9 ประเทศ ร่วมกันใช้จ่ายเกือบ 119,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.9 ล้านล้านบาท) สำหรับคลังอาวุธของตนเองในปี 2568 เพิ่มขึ้น 19% จากตัวเลขในปี 2567

ไอแคน และงานศึกษาแยกต่างหากของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่

ทั้งนี้ งานศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายด้านอาวุธนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็นผลมาจากการที่ประเทศต่าง ๆ เร่งปรับปรุงคลังแสงให้ทันสมัย และนำอาวุธที่สะสมไว้ออกมาใช้งานมากขึ้น

นางซูซี สไนเดอร์ ผู้อำนวยการโครงการของไอแคน และผู้เขียนร่วมของรายงานฉบับล่าสุด กล่าวว่า การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) อาจเพิ่มความเสี่ยงของการใช้อาวุธนิวเคลียร์นั้น เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง

แม้รายงานของเอสไอพีอาร์ไอ เน้นย้ำว่าจำนวนหัวรบนิวเคลียร์โดยรวมที่ประเมินไว้ ลดลงมาหลายสิบปีแล้ว เหลืออยู่ที่ 12,187 ลูกเมื่อต้นปี 2569 แต่เตือนว่าจำนวนอาวุธที่พร้อมใช้งาน กลับเพิ่มขึ้นเป็น 9,745 อัน

ขณะที่ นายคาริม ฮักกัก ผู้อำนวยการเอสไอพีอาร์ไอ กล่าวว่า แม้จำนวนอาวุธนิวเคลียร์จะน้อยลง แต่ระดับของอันตรายและความเสี่ยงจากอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ให้เห็นถึงสัญญาณที่น่าเป็นห่วงหลายประการ รวมถึงความล้มเหลวของการควบคุมอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ และการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์.

เครดิตภาพ : REUTERS