เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานข้อเท็จจริง ผลการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ตลอดจนแนวทางถอดบทเรียน และจัดทำข้อเสนอ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการให้บริการขนส่งทางราง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการค้นหาสาเหตุ ปิดช่องโหว่ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต

นายจิระพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งปฏิบัติงานประจำตู้ควบคุมสัญญาณไฟบริเวณมักกะสัน ได้ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันในวันที่ 10 มิ.ย. 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ รฟท. ที่ในอดีตมักปฏิบัติหน้าที่แยกส่วนกัน นอกจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมจุดตัดทางรถไฟ ตั้งแต่การแจ้งเตือนเมื่อขบวนรถไฟเข้าสู่พื้นที่ การเปิดสัญญาณไฟกะพริบ การลดไม้กั้น และการอนุญาตให้รถไฟผ่าน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ โดยเฉพาะในจุดตัดทางรถไฟทั้ง 19 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายจิระพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนระยะต่อไป จะมีการติดตั้งระบบแจ้งเตือน และสัญญาณไฟจราจรเพิ่มเติมบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนล่วงหน้าก่อนรถไฟมาถึง และกำหนดพื้นที่ห้ามหยุดรถอย่างชัดเจน หลังพบว่าที่ผ่านมาผู้ขับขี่บางส่วนยังใช้ดุลยพินิจส่วนตัวจนฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน กทม. จะร่วมกับ รฟท. ติดตั้งระบบ ATP (Automatic Train Protection) ในบริเวณจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือภายในสิ้นปี 2569 ก่อนขยายผลไปยังจุดตัดทางรถไฟอื่นใน กทม.

นายจิระพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนระยะกลาง กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายติดตั้งระบบ ATP ควบคู่กับระบบสัญญาณไฟจราจร และระบบแจ้งเตือนบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุงเทพฯ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 ปี ขณะที่แผนระยะยาวจะทยอยลด หรือยกเลิกจุดตัดทางรถไฟในเขตเมือง ด้วยการก่อสร้างสะพานข้าม อุโมงค์ลอด และโครงสร้างแยกระดับ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมีแนวคิดนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้ รฟท. ศึกษาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รวมถึงติดตั้งระบบ ATP บนหัวรถจักรเพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางรางของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายจิระพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มาตรการทั้งหมดจะเสนอให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป ส่วนผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุดังกล่าว ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และรายงาน รมว.คมนาคม แล้ว แต่ไม่สามารถบอกในรายละเอียดได้ เพราะจะมีผลทางคดี ซึ่งการดำเนินคดีจะเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป