เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส. พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะ รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.วริน คุณารักษ์ ตัวแทนผู้เสียหาย จากการจองบัตรคอนเสิร์ต ผ่านการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต BTS Arirang in Bangkok ระหว่างวันที่ 9-11 มิ.ย. 69 ได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต ผ่านช่องทางออนไลน์ มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า จากผู้ว่าจ้างเพื่อใช้เป็นค่าบัตร หรือค่าดำเนินการ ภายหลังการเปิดจำหน่ายบัตร ได้ปรากฏว่ามีผู้บริโภคจำนวนมาก ออกมาแจ้งว่าไม่ได้รับบัตรตามที่ตกลงไว้ ไม่ได้รับเงินคืน หรือไม่สามารถติดต่อผู้รับจ้างกดบัตรได้ ผู้เสียหายจึงรวมตัวกัน จัดตั้งกลุ่ม Open Chat กว่า 700 คน รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน และดำเนินการตามกฎหมายปัจจุบัน
ทั้งนี้พบว่ามีผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับบัญชีรับโอนชื่อเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 120 ราย ส่วนหนึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน คาดการณ์ว่ามีมูลค่าความเสียหาย รวมเบื้องต้นแล้วกว่า 1,230,000 บาท ตัวเลขดังกล่าว อาจเพิ่มสูงขึ้นได้ เนื่องจากยังมีผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และส่งเอกสารประกอบเพิ่มเติม ขณะนี้กลุ่มผู้เสียหายอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน อาทิ หลักฐานการสนทนาผ่านช่องทางออนไลน์ หลักฐานการโอนเงิน หลักฐานการสั่งซื้อ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยได้แนบตัวอย่างพยานหลักฐานบางส่วนมาประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ ผู้เสียหายจำนวนมาก ได้ดำเนินการแจ้งเหตุไปยังศูนย์ ADC 1441 แล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกันต์พงษ์ กล่าวหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า การคิดค่าบริการในการกดบัตรคอนเสิร์ต ต้องมีการจ่ายเงินล่วงหน้า นี่คือวงการสแกมเมอร์ ปัญหาทั้งหมดมาจาก 3 จ. จองเองจองยาก ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถทำเองได้ ปัญหาจึงต้องจองผ่านผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นจองให้ การกดจองแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ทำให้เกิดปัญหา นำไปสู่ความเสียใจ เจ็บใจ และยังคงมีความรู้สึกเศร้าใจว่าตัวเองแทนที่ได้ดูคอนเสิร์ตที่ตัวเองชอบ กลับกลายเป็นโดนโกง
ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อสร้างแนวทาง 3 จ. คือ จำกัดการซื้อตั๋ว เนื่องจากโปรแกรมเมอร์ อาจจะใช้บอทในการจองแทน อาจจะจำกัดหนึ่งคนหนึ่งไอดี ต่อหนึ่งตั๋ว แจ้งไอดีดิจิทัล ต้องมีการ KYC ให้เข้มข้น ชัดเจน และจะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจอง ต้องจัดการบอท ไม่ให้บอทมีประสิทธิภาพ และการด้านอื่น ๆ เช่น สแกนเพื่อไม่ให้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เข้ามาแทรกแซงการจองตั๋ว
“แนวทาง 3 จ. จำกัดสิทธิการจอง แจ้งไอดีอย่างชัดเจน และไม่ให้บอทเข้ามา แทรกแซงการจองบัตร กมธ. จะวางหลักเกณฑ์ระยะยาวเกี่ยวกับการกดบัตรคอนเสิร์ตให้เกิดปลอดภัยกับคนไทยมากที่สุด และเหตุการณ์เหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก” นายกันต์พงษ์ กล่าว
ด้านนายกรุณพล เทียนสุวรรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะ กมธ.การสื่อสารโทรคมนาคมฯ คณะ กมธ. ตระหนักดีถึงปัญหานี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการหลอกซื้อของออนไลน์เท่านั้น แค่ปัญหาของตั๋วคอนเสิร์ต มีทั้งจองยากและการขึ้นราคาตั๋วหน้างาน เมื่อจองยากก็จะเกิดตั๋วผีขึ้นมา รวมถึงการซื้อตั๋วอย่างถูกต้องแต่ไม่สามารถเข้าได้ เนื่องจากซื้อต่อกันมา กมธ. จะรับหน้าที่ในการพูดคุยกับตัวแทนช่องทางการจำหน่ายตั๋ว และช่องทางที่กำลังจะแก้ไขก็คือ ยืนยันตัวตน หนึ่งคนอาจจะซื้อได้ไม่เกิน 3 ใบ ทั้งนี้ต้องยอมรับด้วยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็เข้ามาซื้อตั๋วคอนเสิร์ตต่างชาติ ที่เข้ามาจัดในไทยเช่นกัน ดังนั้นต้องเปิดช่องให้ สำหรับคนต่างชาติที่เข้ามาดูด้วย ไม่ใช่แค่จัดในเมืองเมืองไทย แล้วคนไทยต้องได้ดูมากกว่า แต่ต้องได้รับความเป็นธรรม ทั้งนักท่องเที่ยว คนในประเทศไทย รวมถึงคอนเสิร์ต และบริษัทที่ขายบัตรด้วย ต้องหาแนวทางที่จะทำให้การซื้อบัตรง่าย ปลอดภัยโปร่งใส.



