เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ รพ.ราชวิถี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวตอนหนึ่ง ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการประจำปีการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช ครั้งที่ 10 พร้อมเปิดศูนย์รักษาด้วยคลื่นอัลตราชาวด์ พลังงานสูงเฉพาะจุด (HIFU) ว่า รพ.ราชวิถี พยายามนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าสมัยใหม่ มาเป็นทางเลือกหนึ่ง ในการรักษาผู้ป่วย และถือเป็น รพ.รัฐแห่งแรก ที่เป็นผู้นำทางวิชาการ และเทคโนโลยี การรักษาด้วยเทคโนโลยี HIFU เป็นอีกก้าวที่ รพ. จะได้ศึกษาวิจัยว่า เทคโนโลยีนี้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการรักษา เพื่อต่อไปจะเป็นโอกาส ในการขยายบรรจุ ในสิทธิประโยชน์ การรักษาให้กับผู้ป่วยทั่วไปด้วย ทั้งนี้ยังมีอีกหลายนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยที่ รพ.ราชวิถี จะก้าวต่อไป และขยายผลเพื่อประโยชน์ ต่อประชาชน และระบบสาธารณสุขไทย

ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า การรักษาเนื้องอกมดลูกด้วย HIFU เป็นความร่วมมือทางวิชาการและการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ ระหว่าง รพ.ราชวิถี กับ Second Affiliated Hospital of Chongqing Medical University สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อยกระดับมาตรฐาน การรักษาด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัด เพิ่มศักยภาพด้านการรักษา พร้อมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับบุคลากร ทางการแพทย์ของประเทศ ซึ่ง HIFU เป็นคลื่นอัลตราชาวด์พลังงานสูงที่ทำลายเนื้อเยื่อ ที่ไม่ต้องการเฉพาะจุด เป็นเทคโนโลยีที่จีน ใช้รักษาหลายโรค แต่โรคที่รักษาได้ผลดีมากคือ เนื้องอกในมดลูก ซึ่งสตรีอายุ 35 ปีขึ้นไป มีภาวะโรคนี้ 40-70% ส่งผลให้มีอาการปวดท้อง มีเลือดออกในช่องท้อง และมีบุตรยาก เทคโนโลยีนี้จึงส่งผลดีต่อการรักษา เนื้องอกในมดลูก โดยเฉพาะกลุ่มสตรี ที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากมีแผลผ่าตัด ไม่อยากนอน รพ. ที่สำคัญปัจจุบันมีกลุ่มสตรี ที่อยู่ในภาวะมีบุตรยาก ในจำนวนนี้ 10% มีสาเหตุจากเนื้องอกในมดลูก หากใช้วิธีผ่าตัด ทำให้มีแผลในมดลูก เวลาตั้งครรภ์จึงเสี่ยงต่อภาวะมดลูกแตก สตรีกลุ่มนี้จึงเหมาะกับการรักษาด้วยเทคโนโลยี HIFU

ผอ.รพ.ราชวิถี กล่าวด้วยว่า สมัยก่อนการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก ใช้วิธีการผ่าตัดยาว ต่อมาพัฒนาเป็นการผ่าตัดเล็ก เปิดช่องท้องสัก 2 นิ้วและส่องกล้องเข้าไปตัดออก แต่เทคโนโลยี HIFU ไม่ต้องเจาะอะไรเลย และไม่ต้องนอน รพ. เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ทำลายเนื้อที่ไม่ต้องการ แต่ก่อนทำต้องเอ็มอาร์ไอ ชี้จุดเนื้อที่ต้องสลาย และหลังทำก็ต้องเอ็มอาร์ไออีกครั้ง เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดว่า เนื้อที่ไม่ต้องการสลายหมดแล้ว

ที่ผ่านมา รพ. ได้รักษาผู้ป่วยด้วย HIFU ไปแล้วกว่า 20 ราย ปัจจุบันค่ารักษาด้วย HIFU จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8 หมื่นบาท แต่ รพ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิ รพ.ราชวิถี เพื่อดูแลค่าใช่จ่ายส่วนเกิน ที่ไม่สามารถเบิกจากกองทุนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ประมาณ 5-6 หมื่นบาทต่อราย เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยจำนวน 100 รายแรก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.