สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่าธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยแพร่รายงานว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ซึ่งลดลงจากระดับ 2.9% เมื่อปี 2568 เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่

การยกระดับความรุนแรงรอบใหม่ของการสู้รบ หรือการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อยิ่งขึ้นของห่วงโซ่การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นไปอีก ซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนจุดชนวนให้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเงิน และทำให้เศรษฐกิจเติบโตลดลง

ทั้งนี้ หากการหยุดชะงักของการอุปทานด้านพลังงานรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ และเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะตึงเครียดทางการเงินอย่างหนัก อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจดิ่งลงเหลือเพียง 1.3% ในปี 2569

นอกจากนี้ เวิลด์แบงก์มองว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านทำให้การเติบโตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาทั้งหมด ถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนแอลงกว่าเมื่อปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น รายได้ต่อหัวของประชากรในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (ยกเว้นจีนและอินเดีย) จะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 จนกว่าจะผ่านปี 2571.

เครดิตภาพ : REUTERS