สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่าธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยแพร่รายงานว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ซึ่งลดลงจากระดับ 2.9% เมื่อปี 2568 เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
การยกระดับความรุนแรงรอบใหม่ของการสู้รบ หรือการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อยิ่งขึ้นของห่วงโซ่การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นไปอีก ซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนจุดชนวนให้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเงิน และทำให้เศรษฐกิจเติบโตลดลง
With global growth forecast at a post-pandemic low of 2.5%, the decisions governments make now will shape the trajectory for years to come.
— World Bank Group (@WorldBankGroup) June 11, 2026
➡️ https://t.co/eNNf5Opivg #GEP2026 pic.twitter.com/ZZIp9J0m8H
ทั้งนี้ หากการหยุดชะงักของการอุปทานด้านพลังงานรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ และเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะตึงเครียดทางการเงินอย่างหนัก อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจดิ่งลงเหลือเพียง 1.3% ในปี 2569
นอกจากนี้ เวิลด์แบงก์มองว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านทำให้การเติบโตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาทั้งหมด ถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนแอลงกว่าเมื่อปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น รายได้ต่อหัวของประชากรในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (ยกเว้นจีนและอินเดีย) จะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 จนกว่าจะผ่านปี 2571.
เครดิตภาพ : REUTERS



