ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้าฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลสู่ความยั่งยืน จัดโดยกรมการท่องเที่ยว โดยมีนางสาวชโลธร สุมนะเศรษฐกุล นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการพิเศษ กรมการท่องเที่ยว เป็นผู้มอบ โดยการอบรมครั้งนี้ มีนายนิธิ สืบพงษ์สังข์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเพื่อความทั่วถึงและเท่าเทียม(ATIT) นัตตี้ส์เอดเวนเจอร์ส์ เป็นผู้ควบคุมการอบรม โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีมาให้ความรู้เรื่องประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว) และประธานคณะทำงานกลั่นกรองแผนงานด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยงริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่(องค์การมหาชน) ให้ความรู้เรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โลกหมุนไว วิจัยไทยหมุนทัน นอกจากนี้ยังมีนายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล มาให้ความรู้เรื่อง Tourism For All Checklist กับมนุษย์ล้อ

นายพีรพงศ์ จารุสาร นักเคลื่อนไหวสิทธิของคนตาบอด มาบอกเล่าความรู้สึกของคนตาบอด ซึ่งทำให้ผู้ที่รับการอบรมเข้าใจความรู้สึกของคนตาบอดมากขึ้นในการให้การช่วยเหลือระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ที่สำคัญยังมี รศ.ดรฒชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ได้พูดถึงการที่จะบรรลุเป้าหมายการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลผ่านการออกแบบสถานที่รอบรับเพื่อคนทั้งมวล นายปวรุตม์ คำเพิ่มพูล นักวิจัยสถาบันอาศรมศิลป์ ลักษณะของกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตอบรับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านการคัดเลือกมาจำนวน 30 คน ระยะเวลาอบรม 3 วัน โดยมีการเรียนรู้ด้านวิชาการ และการพาผู้พิการจริงทั้งคนตาบอด และวิลแชร์ โดยนั่งรถปรับอากาศที่มีชานต่ำ และใช้ไฟฟ้าพา ไปชมอารยสถาปัตย์ร้านท่าหลวง โบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดไชยวัฒนาราม รวมทั้งพิพิธภัณท์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา โดยในการอบรมครั้งนี้ นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา ได้นำหมวกมามอบให้กับผู้อบรมเพื่อเดินชมในโบราณสถานด้วย

นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ผู้ประกอบการด้านมัคคุเทศก์ กล่าวว่าการได้นำผ้พิการตาบอดออกไปเที่ยวในสถานที่จริง ในโบราณสถานทำให้เห็นอุปสรรค์และสิ่งที่เราจะต้องบอกคนพิการได้ ซึ่งทั้งหมดได้รับจากการอบรมตลอด 3 วัน ซึ่งคนตาบอดประทับใจมาก สามารถรับรู้ได้ว่าโบราณสถานเจดีย์มีความใหญ่โตขนาดไหน แนวโน้มจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้พิการที่อยากเดินทางมา อยากออกจากบ้านเพราะคิดว่ามีความไม่พร้อม ซึ่งตอนนี้ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้ความในใจเรื่องนี้ ในอนาคตก็จะเป็นประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวได้ทุกลุ่ม
นายนิธิ สืบพงษ์สังข์ กล่าวว่า กรมการท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมอบรมหลากหลายจากทัวร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย มัคคุเทศก์ ซึ่งคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 100 คนมาเพียง 30 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นการเผยแพร่การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลมากขึ้น ซึ่งจะมีการรับรองจากหน่วยงานต่างๆมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจของนักเดินทางทั่วโลก






