ความเคลื่อนไหวเหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งผ่านมาเกือบ 3 เดือน แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้บงการใหญ่มาลงโทษได้ นั้น เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.69 ที่ประชุมทีมติดตามคดี นำโดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยพล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายเพิ่มเติ

โดยในที่ประชุมมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า มีข้าราชการผู้มีอำนาจสูงในจังหวัด เข้ามาแทรกแซงและสั่งสกัดกั้นไม่ให้พยานปากสำคัญเข้าให้ข้อมูลกับทีมคลี่คลายคดี

นายอับดุลเราะมันเปิดเผยว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ทีมงานพยายามแกะรอยคดีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดพบตัวละครใหม่ ซึ่งเป็นบุคคลที่พร้อมจะให้ความร่วมมือและส่งมอบหลักฐานสำคัญ แต่ในขั้นตอนสุดท้ายบุคคลดังกล่าวกลับแจ้งว่าไม่สามารถเดินทางมาให้ข้อมูลได้ เนื่องจากได้รับคำสั่งจากข้าราชการระดับสูงในจังหวัด สั่งสกัดกั้นและห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีนี้เด็ดขาด

นี่คือพฤติกรรมที่ขัดขวางการสืบหาความจริง เป็นสิ่งที่น่าเสียใจมาก พื้นที่บอบช้ำมาตลอด 22 ปี เสียชีวิตไปกว่า 7,000 คน บริบทของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้าราชการทุกองคาพยพต้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความยุติธรรม ไม่ใช่ใช้กลไกและอำนาจที่มีมาปกป้องคนผิด กรณีของนายกมลศักดิ์ต้องเป็นตัวอย่างว่าระบบราชการจะไม่ปกป้องคนโกง        

รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ย้ำว่าแม้คดีจะมีความคืบหน้าทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งผลตรวจอาวุธปืนและยานพาหนะที่เริ่มมีความชัดเจน แต่การที่ข้าราชการใช้อำนาจแทรกแซงเช่นนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนหมดศรัทธา และหากปล่อยไว้ไม่ตัดเนื้อร้ายออกไป ระบบราชการทั้งหมดจะกลายเป็นจำเลยของสังคมเสียเอง

ทางด้าน นายกมลศักดิ์ฃกล่าวถึงประเด็นความเชื่อมโยงกับโครงสร้างรัฐและกอ.รมน. ว่าสิ่งที่ต้องจับตาคือโครงสร้างราชการที่มีเงื่อนงำ โดยระบุว่ามีความพยายามจากผู้ใหญ่ในราชการบางรายที่ไม่อยากให้ทีมงานสืบหาข้อมูลข้อเท็จจริงไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ในวันที่ 17 มิ.ย.69 จะมีการเรียกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการเดินทางมาเข้าชี้แจงของผวจ.นราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด)

สส.นราธิวาส กล่าวทิ้งท้ายว่าขอให้สังคมและสื่อมวลชนร่วมติดตามผลการชี้แจงดังกล่าวอย่างใกล้ชิดว่าจะมีความโปร่งใส หรือมีประเด็นใดซุกซ่อนอยู่ใต้พรมในพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.ทวีได้นำคณะเดินทางไปยังโรงพยาบาลปัตตานี เพื่อเข้าเยี่ยมอาการป่วยและให้กำลังใจนายเด่น โต๊ะมีนา อายุ 92 ปี อดีตรมช.มหาดไทย อดีตสส.ปัตตานี และอดีตสว.ปัตตานี นักการเมืองอาวุโสระดับปูชนียบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง