เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 06.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงจากประชาชนในเขตคลองเตยและเขตวัฒนา เริ่มจากการพบปะและร่วมทำกิจกรรมกับประชาชนที่มาใช้บริการและออกกำลังกายในสวนเบญจกิติ พร้อมร่วมสำรวจพื้นที่ Dog Park สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือเป็นจุดพักผ่อนสำคัญของคนเมือง โดยนายอนุชาและคณะ ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขเพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงให้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะเดินทางไปลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์ (อโศก) เขตวัฒนา ร่วมกับนายเมธวิน มีสุวรรณ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตวัฒนา หมายเลข 5 เพื่อขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนภายในตลาดดังกล่าว

ทั้งนี้ นายอนุชา กล่าวถึงการปรับกลยุทธ์การหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ตนต้องทำงานหนักขึ้น ตื่นเช้าขึ้นและกลับดึกขึ้นเพื่อเดินหน้าชี้แจงนโยบายให้เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด เมื่อถามถึงผลสำรวจความนิยมที่คะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เป็นอันดับ 1 นายอนุชา กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวล เนื่องจากมีประสบการณ์การลงพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ มาตลอด และตนเข้าใจดีว่าการที่ผลโพลของพรรคฯ ยังตามหลังนั้น ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ต้องลงพื้นที่พบปะประชาชนให้มากขึ้นเพื่อกระจายนโยบายให้ทั่วถึง

“ผมไม่ได้กังวลเรื่องโพล เพราะอดีตสมัยที่เป็น สส. ผมก็ไม่เคยติดโพลอันดับ 1 มาก่อน ซึ่งนั่นทำให้ผมยิ่งต้องทำงานหนักขึ้น กระแสของพรรคประชาธิปัตย์มีขึ้นมีลง เป็นธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้คือความจริงใจ พรรคเราทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนมากว่า 80 ปี ไม่ใช่แค่เฉพาะตอนที่มีตำแหน่ง และการที่ผู้สมัครท่านอื่นนำนโยบายของผมไปพูดถึงหรือนำไปปฏิบัติ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะท้ายที่สุดแล้วคนกรุงเทพฯ จะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวอีกว่า แนวทางการบริหารงาน กทม. ในอีก 4 ปีข้างหน้านั้น จะไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาที่หมักหมมอยู่ แต่จะต้องมุ่งเน้นการสร้างความหวังและกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานครให้ชัดเจน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมตัดสินใจเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้การทำงานในระดับเขตและระดับนโยบายมีความเชื่อมโยงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ต่อไป.