วันที่ 15 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า รัฐบาลได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการ แม้จะเป็นการกู้เงิน แต่เป็นจะการกู้เงินในรูปแบบเงินบาททั้งหมด จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และที่สำคัญคือความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในเรื่องของดอกเบี้ย
ทั้งนี้ จากเดิมก่อนที่จะมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน กระทรวงการคลังระบุว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ไม่เกิน 3% ต่อปี แต่ด้วยสภาพคล่องและเงินฝากจำนวนมากในระบบ รัฐบาลสามารถบริหารจนได้เงินกู้ที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 1.2% ต่อปีเท่านั้น และรัฐบาลมีหน้าที่ในการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยส่วนนี้โดยไม่จำเป็นต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติมที่จะเป็นภาระของประชาชน
“ยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยและเงินต้นที่กู้มานี้ ไม่ใช่ภาระของพี่น้องประชาชน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระคืนทั้งหมด พวกผมรัฐบาลมีหน้าที่ต้องไปชำระดอกเบี้ยและผ่อนจ่ายเงินกู้ด้วยตัวรัฐบาลเอง ไม่มีการออกมาตรการใดๆ ที่จะเพิ่มต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน”
นายอนุทิน กล่าวว่า กรณีสหรัฐและอิหร่านเตรียมลงนามสัญญาสันติภาพว่าถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยให้วิกฤติการณ์โลกคลี่คลายลงและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพปัจจัยภายนอกที่ผันผวนได้เป็นอย่างดี โดยรัฐบาลไม่ได้ดำเนินนโยบายแก้ปัญหาเพียงรายวัน แต่ได้วางกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
“รัฐบาลพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างท่าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ลดน้อยถอยลง แม้จะเผชิญกับภาวะสงครามหรือวิกฤติจากภายนอกก็ตาม”



