“ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์” พาไปส่องพื้นที่ “รู้สนาม 50 เขต” ในกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ อีก 4 เขตสุดท้ายในกลุ่มนี้ คือ “เขตวัฒนา เขตพระโขนง เขตสวนหลวง และเขตบางนา”

สำหรับ”เขตวัฒนา” มีขนาดพื้นที่ 12.56 ตร.กม. มีประชากรราว 80,000 คน ตั้งอยู่ใจกลางกทม. มีระบบการคมนาคมที่หนาแน่น เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้อีกหนึ่งพื้นที่ เนื่องจากเต็มไปด้วยตึกสูง อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านอาหารนานาชาติ ตามแนวถนนสายหลักอย่าง ถนนสุขุมวิท , อโศกมนตรี , ทองหล่อ , เอกมัย และปรีดีพนมยงค์ โดยเขตนี้มี 16 ชุมชน เป็นพื้นที่ที่มีความผสมผสานระหว่าง ชุมชนเมืองสมัยใหม่และกลุ่มอาคารสูง และชุมชนดั้งเดิมและชุมชนแออัด ซึ่งชุมชนเหล่านี้ตั้งอยู่บริเวณริมทางรถไฟ หรือท้ายซอยย่อยที่ติดกับคูคลอง เช่น คลองแสนแสบและคลองพระโขนง และมีลักษณะเป็น ชุมชนพหุวัฒนธรรม ที่มีทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกัน

ส่วนปัญหาที่ถูกร้องเรียนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการจอดรถกีดขวางการจราจรในซอยย่อยต่างๆ การขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า สายไฟหรือสายสื่อสารรกรุงรัง ปัญหาการทิ้งขยะไม่เป็นที่ ขยะตกค้างตามชุมชนหรือริมถนน รวมถึงปัญหาการร้องเรียนเรื่องเสียงดังจากสถานบันเทิง

สก.เดิม คือ นายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร พรรคประชาชน โดยปีนี้ตัดสินใจไม่ลงสมัครต่อ ซึ่งพรรคได้ส่ง น.ส.ภัคญดา อำนวยเดชกร ลงชิงชัยแทน ขณะที่คู่แข่งมีนายเมธวิน มีสุวรรณ พรรคประชาธิปัตย์ , น.ส.พัชรมณฑ์ ปลื้มอารมย์ พรรคเศรษฐกิจ , นายกานดิศ วรรณอรุณ ผู้สมัครอิสะกลุ่มคนทำงาน , นายณธัช อัศดามงคล ผู้สมัครอิสระกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว เป็นต้น

พื้นที่ต่อไป “เขตสวนหลวง” มีพื้นที่ทั้งหมด 27.03 ตร.กม. มีจำนวนประชากรประมาณ 123,000 คน มีชุมชนที่ได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการรวมทั้งสิ้น 45 ชุมชน เขตสวนหลวงเป็นพื้นที่ที่มีการขยายของเมือง เนื่องจากมีถนนสายหลักตัดผ่าน-เชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคม ทั้งถนนพัฒนาการ ถนนอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) ถนนศรีนครินทร์ ถนนพระราม 9 และถนนรามคำแหง ซึ่งชุมชนจะมีทั้งชุมชนเมือง และชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ตามริมคลอง อีกทั้งยังมีชุมชนพหุวัฒนธรรมขนาดใหญ่ มีทั้งชาวพุทธ จีน และมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกัน

ส่วนปัญหาที่พบในเขตนี้ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจราจรติดขัด น้ำท่วมขัง และโครงสร้างพื้นฐานทางเท้าชำรุด ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว

สก. เดิมคือ น.ส.ปิยะวรรณ จระกา เดิมสังกัดพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันลงชิงชัยสนาม สก. แต่ไม่สังกัดพรรคเดิม โดยครั้งนี้ลงเป็นผู้สมัครอิสระกลุ่มทีมคนทำงาน ส่วนคู่แข่ง นายณัชกรณ์ เชิดชูกิจกุล พรรคประชาธิปัตย์ , นายสิทธิ นาคนาวา พรรคเศรษฐกิจ , นายมาโนช วงศ์เกตุใจ พรรคประชาชน เป็นต้น

ไปกันต่อที่“เขตพระโขนง” มีพื้นที่มีพื้นที่รวม 13.986 ตร.กม. โดยมีจำนวนประชากร อยู่ที่ประมาณ 85,000-89,000 คน โดยภาพรวมของพื้นที่นี่ถือเป็นย่านที่พักอาศัยหนาแน่นและเขตเศรษฐกิจเมืองที่มีการผสมผสาน โดยมีสภาพพื้นที่ คูคลอง และมีพื้นที่บางส่วนติดแนวรถไฟฟ้า BTS (สายสุขุมวิท) ทำให้พื้นที่ฝั่งติดถนนสุขุมวิทและสถานีรถไฟฟ้าเต็มไปด้วยอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) และห้างสรรพสินค้า

ส่วนพื้นที่ในซอยแยกถนนอ่อนนุช จะเป็นหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนดั้งเดิม รวมถึงยังคงมีชุมชนริมคลอง ที่ตั้งอยู่ตามแนวคูคลองดั้งเดิม เช่น ชุมชนริมคลองพระโขนง มีการสัญจรทางน้ำและมีวัดเป็นศูนย์กลาง

ส่วนปัญหาที่พบเช่น ปัญหาทางเท้าชำรุด เป็นหลุมบ่อ หรือมีสิ่งกีดขวางขัดขวางการเดินทางของคนเดินเท้ารปัญหาด้านระบบไฟฟ้า ถนน และขยะตกค้าง

สก.เดิม คือ นายสราวุธ อนันต์ชล พรรคประชาชน โดยสมัยนี้ยังคงลงชิงชัยเป็นสมัยที่ 2 โดยมีคู่แข่งคือ น.ส.ชญาภา ปรีดาพากย์ ผู้สมัครอิสระ , นายอานนต์ ชินเวโรจน์ พรรคเศรษฐกิจ , นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

สุดท้าย“เขตบางนา” มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 18.789 ตร.กม. มีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรอยู่ที่ประมาณ 85,642 คน มีชุมชนจดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับสำนักงานเขต 31 ชุมชน

สำหรับเขตบางนาเรียกได้ว่าเป็นประตูสู่บูรพาวิถีเเละโลจิสติกส์ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อหลักไปสู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) มีถนนสายหลักอย่าง ถนนบางนา-ตราด เเละระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง รวมถึงยังมีศูนย์ประชุมระดับนานาชาติ ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งยังมีชุมชนอัตลักษณ์ชานเมืองอีกด้วย

ปัญหาที่ถูกร้องเนียนมากที่สุดคือ น้ำท่วมขังซ้ำซาก อาทิ ซอยอุดมสุข (สุขุมวิท 103) และซอยแบริ่ง ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณแยกบางนา หน้าศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บริเวณปากซอยอุดมสุข เป็นต้น

สก.เดิม คือ นายฉัตรชัย หมอดี พรรคประชาชน ในสมัยนี้ก็ยังลงชิงตำแหน่ง สก. ในนามพรรคเดิม ส่วนคู่แข่ง เช่น นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ผู้สมัครอิสระ กลุ่มทีมคนทำงาน , นายพีรพันธ์ สิริเอี่ยมสกุล พรรคเศรษฐกิจ , นายศิวโรจณ์ แสงจรัสโชติ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น.