สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) กล่าวว่า เขายินดีกับการประกาศว่าสหรัฐกับอิหร่าน ได้ตกลงกันในข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งกำหนดให้มีการหยุดยิงทันทีและถาวร การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และกรอบการเจรจาครั้งต่อไป
เขาเสริมว่า ในขณะที่สถานการณ์เปราะบางเช่นนี้ เป็นที่ชัดเจนว่าทุกฝ่ายจำเป็นต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด และทำงานเพื่อดำเนินการตามข้อตกลง ที่บรรลุได้อย่างรวดเร็ว และด้วยความสุจริตใจ
UN human rights chief welcomes US-Iran deal, urges restraint in the region https://t.co/998WTAa0t4 https://t.co/998WTAa0t4
— Reuters (@Reuters) June 15, 2026
ความคิดเห็นของเขาเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่าน กล่าวว่า พวกเขาได้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นข้อตกลงเบื้องต้นที่ทำให้ราคาน้ำมันลดลง แต่ชะตากรรมของโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเตหะราน ยังคงขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อไป
แม้ข้อตกลงนี้ยังเป็นเพียงกรอบ แต่ก็ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่สุด ในการแก้ไขความขัดแย้งที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน และทำให้ตลาดพลังงานปั่นป่วน นับตั้งแต่เริ่มต้นการโจมตีร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น เติร์กยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอล ต่อพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น และโครงสร้างพื้นฐานในเลบานอน รวมถึงการโจมตีข้ามพรมแดนโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยเขาได้เรียกร้องให้ยุติการสู้รบโดยทันที ถอนกำลังของอิสราเอลออกจากดินแดนเลบานอน และการสอบสวนการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



