จ่าโทโกเมศร์ ทองบุญชู ประธานต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ถ่ายทอดเรื่องราวพระกรณียกิจของพระองค์ ในด้านสาธารณภัย 

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงทราบว่า ชาวบ้านรวมตัวกันเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาตั้งแต่เกิดเหตุสึนามิมาโดยตลอด กระทั่งปี 2563 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การจัดการภัยพิบัติ ที่ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ทอดพระเนตรนิทรรศการและสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนานราวๆ 2 ชั่วโมง มีรับสั่งว่า ดีแล้วที่ทำแบบนี้  ต้องขยายการฝึกอบรมออกไป” 

จากนั้นพระราชทานปลอกแขนแก่อาสาสมัครทั้ง 25 คน และทรงพระกรุณาให้ตั้งเป็น เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ทำงานร่วมกับ มูลนิธิและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. โดยทำงานเป็นต้นแบบในการฝึกอบรมชาวบ้านยามที่เกิดภัย พระราชทานอุปกรณ์กู้ภัย เพื่อช่วยเหลือราษฎรทั่วประเทศ มีรับสั่งกับอาสาสมัครให้ตามเสด็จ ซึ่งครั้งแรกไปฝึกอาสาสมัครร้อยกว่าคนที่ จ.ยะลา ทรงเป็นองค์ประธานในการฝึกอบรมและพระราชทานสิ่งของจำเป็นกับปฏิบัติหน้าที่กู้ภัย โดยพวกผมทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เพื่อเข้าใจสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก ส่งผลกระทบให้เกิดเป็นภัยพิบัติ การใช้แอปพลิเคชันอ่านแผนที่ดาวเทียมศึกษาพื้นที่เสี่ยงภัย เส้นทางน้ำไหลหลาก รวมทั้งประวัติภัยรุนแรงปีก่อนๆ รวมถึงการใช้อุปกรณ์เสื้อชูชีพ ฝึกผูกเงื่อนเชือก ทำเปลหามผู้ป่วย การปฐมพยาบาลCPR ขับเรือ โรยตัวด้วยเชือกเพื่อช่วยชีวิตผู้ประสบภัย โดยที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ตกอยู่ในภาวะอันตราย 

หลังจากนั้นก็ได้ตามเสด็จไปยังที่ต่างๆ ตอนพระองค์ทอดพระเนตรอาสาสมัครกำลังฝึกซ้อมกู้ภัย ทรงวิ่งมาใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูป พวกอาสาสมัครตกใจกันหมดคิดว่าทำอะไรผิด มีรับสั่งว่า … ถ้าเราไม่วิ่งมา เราไม่ได้ชอตเด็ด พวกเราก็ยิ้มกัน ในยามเกิดภัยรุนแรงที่ไหน หน่วยของผมนำเรือนำอาสาสมัครไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่โคราช เชียงราย อุตรดิตถ์ สุโขทัย กระทั่งปลายปี 2564 เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีรับสั่งกับทีมว่า จะมาดูพื้นที่น้ำท่วม อยากไปดูที่เขาลำบากจริงๆ แล้วเสด็จที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ทอดพระเนตรโรงเรียนบางนกวัง ทำให้เด็กๆ ไปโรงเรียนไม่ได้ รับสั่งอีกว่า

“คุณโกเมศร์ ฝากโรงเรียนนี้ด้วย เขาลำบากมากแก้ปัญหาอย่างไร ให้ช่วยดูแลเด็ก ทำยังไงให้เด็กไม่เดือดร้อน”

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานเรือหนึ่งลำเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนดังกล่าวในเบื้องต้น และเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่อยู่ตามบ้านเรือน มีรับสั่งว่าจะวิ่งทันพระองค์หรือเปล่า จากนั้นก็ทรงวิ่งเร็วมาก ราวๆ สี่กิโลเมตร พวกผมก็วิ่งพร้อมกับนำถุงพระราชทานไปด้วย ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะเสด็จ เมื่อเสด็จถึง ทรงพูดกับชาวบ้านว่า …ได้กินข้าวแล้วหรือยัง นี่คืออาสาของเรา

พระองค์ทรงไม่ทอดทิ้งพสกนิกร

ทรงแนะนำคณะทำงานกับชาวบ้าน ทรงจำชื่อคณะทำงานได้หลายคน พวกผมประหม่า เวลาถวายรายงานจะรับสั่งให้พูดตามปกติ แล้วเวลาตามเสด็จ ก็ทรงเรียก…คุณโกเมศร์ เดินเข้ามาใกล้ๆ จะคุยด้วยหน่อย ผมซาบซึ้งใจมาก ภายหลังเสด็จกลับแล้ว ทรงพระกรุณาให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พระราชทานวัสดุสร้างสะพานยาว 120 เมตรจากถนนใหญ่เข้าไปถึงโรงเรียน นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการและผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชสนองพระราชดำริ ในการสร้างอาคารใหม่เพื่อเป็นศูนย์พักพิงในระยะยาวอีกด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2565 พระองค์ทรงร่วมทำฝายกับราษฎร ที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ในการนี้มีรับสั่ง ความตอนหนึ่งว่า  …เรามาทำฝายสนุกๆ กัน

เป็นพระสุรเสียงที่ทุกคนที่ได้ยินตรงนั้น ปลื้มปีติในสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อความอยู่ดีมีสุขของราษฎร แม้ในบางพื้นที่ เช่น ตอนเกิดเหตุน้ำท่วมที่โคราช ทรงติดตามสถานการณ์ว่าช่วยเหลือประชาชน และยังเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าจะเกิดอันตราย จึงพระราชทานโดรนสำหรับการเข้าสำรวจพื้นที่ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง กระทั่งวันที่ 7 ธันวาคม 2565 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมชมงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ การนี้ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเล่าถึงการเสด็จลงพื้นที่ตำบลเกาะขันธ์ กับกรมหมื่นสุทธนารีนาถ และมีรับสั่งกับเจ้าหน้าที่เฝ้ารับเสด็จ ความตอนหนึ่งว่า  …ที่เกาะขันธ์มีครัว ทอดไก่ก็อร่อย เดี๋ยวจะไปเยี่ยมที่เกาะขันธ์  ฝึกอบรมไปถึงไหนแล้ว ต้องเร่งช่วยหน่อยนะ 

พระองค์มีพระราโชบายให้คณะทำงานชักชวนเด็กและเยาวชน เข้ามาฝึกอบรมเป็นอาสาสมัครรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีเตือนภัยธรรมชาติ อีกทั้งพระราชทานถ้วยรางวัลการประกวดแข่งขันด้านบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ทรงห่วงใยราษฎร รับสั่งเสมอว่า ประชาชนเป็นยังไงบ้าง มีอะไรให้บอกนะ

ทรงไม่ทอดทิ้งพสกนิกร คณะทำงานจึงถวายงานเพื่อสานต่อพระปณิธานช่วยเหลือและป้องกันภัยพิบัติ ขยายขอบข่ายการทำงานไปยังกลุ่มอดีตผู้ติดยาเสพติด กลุ่มเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เปิดหลักสูตรร่วมกับวิทยาลัยเกษตรเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้งานอาสาสมัครภัยพิบัติธรรมชาติ การสร้างบ้านให้แก่ผู้ประสบภัย ใน จ.สุโขทัย จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา โดยทำงานร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างสุดกำลัง สนองพระกรุณาธิคุณที่ทรงเห็นความสำคัญในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง.