เมื่อหนุ่มสาวและผู้ใหญ่แดนกิมจิกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติสุขภาพครั้งใหญ่! สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KDCA) เปิดเผยตัวเลขสถิติสุดช็อก พบอัตราโรคอ้วนในผู้ใหญ่พุ่งสูงทุบสถิติเกิน 35% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้จะมี “กิมจิ” เป็นอาหารประจำชาติ หมายความว่า “ประชากรผู้ใหญ่มากกว่า 1 ใน 3 คนกำลังเป็นโรคอ้วน” เผยตัวเลขพุ่งทะยานต่อเนื่องไม่หยุดตลอด 10 ปีเต็ม สวนทางพฤติกรรมสุดย้อนแย้ง ผลสำรวจชี้คนเกาหลีกว่า 68% ตื่นตัวอยากลดน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่สถิติการออกกำลังกายและการเดินกลับดิ่งลงเหว!

จากรายงาน “สถิติสุขภาพระดับภูมิภาคประจำปี 2025” ที่เผยแพร่โดยสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KDCA) ระบุว่า อัตราโรคอ้วนในผู้ใหญ่ชาวเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 35.4% ถือเป็นครั้งแรกที่ทะลุหลัก 35% โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ 34.4% ไปอีก 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เกณฑ์การประเมินโรคอ้วนของเกาหลีใต้จะวัดจากดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เท่ากับ 25 กิโลกรัม/ตารางเมตร หรือสูงกว่า

เมื่อลองย้อนดูเส้นทางความอ้วนของประชากรเกาหลีใต้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะพบกราฟขาขึ้นที่เติบโตอย่างน่ากลัวและไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย
ปี 2016: 27.9%
ปี 2018: 31.8%
ปี 2021: 32.2%
ปี 2023: 33.7%
ปี 2024: 34.4%
ปี 2025: 35.4%
(เพิ่มขึ้นรวม 7.5 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลา 10 ปี)

นอกจากนี้ จากการสำรวจพื้นที่ 253 ภูมิภาคทั่วประเทศ พบว่ามีถึง 154 พื้นที่ที่มีอัตราคนอ้วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน และมีเพียง 99 พื้นที่เท่านั้นที่มีสถิติลดลง

สิ่งที่น่าสนใจและสร้างความปวดหัวให้กับนักสาธารณสุขคือ “ความย้อนแย้งทางพฤติกรรม” ของชาวเกาหลีใต้ โดยพบว่าประชากรตื่นตัวเรื่องรูปร่างและสุขภาพกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 68.5% ระบุว่า “ตนเองพยายามลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารเพื่อรักษารูปร่างในช่วงปีที่ผ่านมา” ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3.5 จุดเปอร์เซ็นต์

แต่ทำไมคนยิ่งอยากลดน้ำหนัก ตัวเลขโรคอ้วนกลับยิ่งพุ่งกระฉูด? คำตอบถูกเฉลยผ่านสถิติ “กิจกรรมทางกาย” ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย

อัตราการออกกำลังกาย: คนที่ออกกำลังกายระดับปานกลางขึ้นไป ลดลงเหลือเพียง 26.0%
อัตราการเดิน: คนที่เดินในชีวิตประจำวันลดลงเหลือ 49.2%
การปฏิบัติตนตามวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพ: มีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 36.1% เท่านั้น

เมื่อนำข้อมูลมาแยกวิเคราะห์ตามรายภูมิภาคและหัวเมืองต่างๆ ของเกาหลีใต้ พบว่าวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของแต่ละเมือง ส่งผลต่อรอบเอวของประชากรอย่างมีนัยสำคัญ

เมืองที่มีอัตราโรคอ้วน “ต่ำที่สุด” ได้แก่ เซจง (Sejong) มีอัตราคนอ้วนอยู่ที่ 29.4% (เนื่องจากเป็นเมืองใหม่ วางผังเมืองให้เอื้อต่อการเดินและการใช้ชีวิตของข้าราชการและคนรุ่นใหม่)

เมืองที่มีอัตราโรคอ้วน “สูงที่สุด” ได้แก่ อุลซาน (Ulsan) พุ่งสูงถึง 38.2% ตามมาติดๆ ด้วย จอนนัม (Jeonnam) ที่ 38.0% (อุลซานเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนัก พนักงานส่วนใหญ่อาจมีพฤติกรรมการกินอาหารจานด่วน พลังงานสูง และทำงานนั่งโต๊ะหรือคุมเครื่องจักรเป็นเวลานาน)

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก KDCA ได้ออกมาเน้นย้ำว่า “ใน พ.ศ. 2569 นี้ โรคอ้วนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข รัฐบาลจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์การจัดการที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของเพศและภูมิภาคอย่างเร่งด่วน”

ที่มาและภาพ : insight korea