วันที่ 16 มิ.ย. 69 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญกุศล (พิธีกงเต๊ก) พิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะนายเจริญ สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัวสิริวัฒนภักดี และกลุ่มธุรกิจในเครือ ณ บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงคม จากนั้นเสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลงทางบันไดมุขเหนือด้านตะวันตก เสด็จเข้ามณฑลพิธีทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยหน้าแท่นบูชา ประทับพระราชอาสน์ ณ ศาลาทิมคดตะวันออก ประธานบรรพชิตจีนนิกาย อ่านประกาศพุทธฎีกาการประกอบพิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ แล้วบรรจุคำประกาศเขียนภาษาจีนพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเขียนภาษาจีนพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระนามของพระบรมวงศ์ผู้อุทิศถวายลงในเทวทูตนก

เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญเทวทูตนกถวายเพื่อทรงอธิษฐาน แล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อยเข้าสู่หอสรง (ทำด้วยกระดาษ) เจ้าพนักงานเชิญห่อพระภูษาสำรับใหม่ (กระดาษ) ถวายเพื่อทรงอธิษฐาน แล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา บรรพชิตจีนนิกาย 25 รูป สวดพระพุทธมนต์ ในระหว่างสวดพระพุทธมนต์ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อย ออกจากห้องสรง เชิญไปทอดที่เดิม เสด็จฯ ไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการ เสด็จฯ ไปปะรำเครื่องกระดาษ การนี้ ครอบครัวสิริวัฒนภักดี เฝ้าฯ รับเสด็จ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรเครื่องกระดาษในพิธีกงเต๊ก อาทิ เครื่องกระดาษพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ฉลองพระองค์ผ้ามัดหมี่โจงกระเบน ออกแบบโดยห้องเสื้อบัลแมง เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ฉลองพระองค์ผ้าชาวไทยภูเขา ทรงในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ระหว่างการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ พ.ศ. 2517

ฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัย ทรงเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 และสมเด็จพระราชินีอินกริดแห่งเดนมาร์ก เสด็จพระราชดำเนินเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 12-24 มกราคม พ.ศ. 2505 และเสด็จพระราชดำเนินเยือนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ด้วยฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้นสีส้มมะปราง พระภูษาทรง เป็นผ้าซิ่นถุงสำเร็จลายริ้วขวางสีส้มสลับสีเขียวขี้ม้า และเป็นต้นแบบให้กับเครื่องแบบพนักงานต้อนรับสตรี บนเครื่องบินของสายการบินไทย ฉลองพระองค์สูตรสากลทรงงานสีเบจพร้อมพระมาลา สีเข้าชุด ทรงเมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ไปทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยชันตามพระราชดำริ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2521 รวมทั้ง ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยจักรพรรดิ ศิราภรณ์ กระเป๋าย่านลิเภา เครื่องกระดาษข้าราชบริพาร มหาดเล็ก เครื่องราชูปโภค พระคลังทอง พระคลังเงิน ภูเขาทอง ภูเขาเงิน หีบทอง หีบเงินและแกรนด์เปียโน เป็นเครื่องดนตรีทรงโปรด
นอกจากนี้ มีรถยนต์พระที่นั่ง Rolls-Royce Phantom VI รถยนต์พระที่นั่งองค์หลักอันงามสง่าในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ในหลากหลายวโรกาส รถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle T4 V6 2.8 (2001) สมญานาม “รถเจมส์บอนด์” พระราชพาหนะทรงงานและรถยนต์พระที่นั่งในการอัญเชิญพระบรมศพ และพระศพ

รถยนต์พระที่นั่ง Mercedes Benz 300SL Gullwing ปี 1955 รถสปอร์ตแห่งศตวรรษในพระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์ เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง UH-N (Huey) พระราชพาหนะ ในการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ป่าเขาหรือชายแดนอันห่างไกลซึ่งรถยนต์พระที่นั่งไม่สามารถเข้าถึงได้ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาราษฎร์ทั่วทุกภูมิภาค ไม่มีท้องถิ่นใดของพื้นแผ่นดินไทยที่ยังไม่เคยเสด็จฯ ไปถึง
รถยนต์พระที่นั่ง Jeep Grand Wagoneer เป็นรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงใช้ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในถิ่นทุรกันดารเป็นหลัก เป็นรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากนั้นเสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินกลับ
วันเดียวกัน เวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญกุศล (พิธีกงเต๊ก) ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะนายเจริญ สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัวสิริวัฒนภักดี และกลุ่มธุรกิจในเครือ ณ บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยข้างธงพุ่ม ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงคม ประทับพระราชอาสน์ บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ยืนสวดพระพุทธมนต์ เชิญเสด็จดวงพระวิญญาณข้ามสะพานโอฆสงสาร บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป นำเสด็จดวงพระวิญญาณ ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อย และพลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เชิญธงพุ่มดวงพระวิญญาณ ลงทางบันไดมุขเหนือด้านตะวันตก ไปยังมณฑลพิธี ดนตรีจีนบรรเลงเสด็จฯ ตามธงพุ่มดวงพระวิญญาณ ลงมายังมณฑลพิธี พร้อมด้วย พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ประทับพระราชอาสน์ ณ ทิมคดตะวันออก บรรพชิตจีนนิกายยืนสวดพระพุทธมนต์ พรมน้ำพระพุทธมนต์ที่สะพาน และสวดพระพุทธมนต์ที่หัวสะพาน
เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเพื่อบูชาเทพรักษาสะพาน ที่หัวสะพานทิศตะวันออก ทรงรับกระดาษเงิน-กระดาษทอง จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงอธิษฐาน แล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา ประทับยืนรอ บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำดวงพระวิญญาณ เสด็จฯ ข้ามสะพานโอฆสงสาร เที่ยวที่ 1 ขณะนี้ เสด็จฯ ตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน เมื่อเสด็จลงท้ายสะพานเที่ยวที่ 1 ทรงพระดำเนินเลี้ยวซ้าย บรรพชิตจีนนิกายหยุดยืนที่หน้าแท่นบูชาหันหน้าเข้าหาสะพาน ประทับพระราชอาสน์ บรรพชิตจีนนิกาย สวดพระพุทธมนต์

เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเพื่อบูชาเทพรักษาสะพาน ที่หัวสะพานทิศตะวันตก ทรงรับกระดาษเงิน-กระดาษทอง จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงอธิษฐานแล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา ประทับยืนรอ บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำดวงพระวิญญาณ เสด็จฯ ข้ามสะพานโอฆสงสาร เที่ยวที่ 2 ขณะนี้ เสด็จฯ ตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน

เมื่อเสด็จลงท้ายสะพานเที่ยวที่ 2 บรรพชิตจีนนิกายยืนที่หน้าแท่นบูชา ประทับพระราชอาสน์ บรรพชิตจีนนิกายยืนสวดพระพุทธมนต์หน้าแท่นบูชา บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำดวงพระวิญญาณ เสด็จฯ ข้ามสะพานโอฆสงสาร เที่ยวที่ 3 เสด็จขึ้นหัวสะพานทิศตะวันออก ขณะนี้ เสด็จฯ ตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน เมื่อเสด็จลงท้ายสะพานเที่ยวที่ 3 บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป เชิญดวงพระวิญญาณ เสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางบันไดมุขเหนือด้านตะวันตก เสด็จฯ ตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ประทับพระราชอาสน์ บรรพชิตจีนนิกายยืนสวดพระพุทธมนต์ เสด็จฯ ไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จฯ ไปที่หน้าพระโกศ ทรงคม เสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ทั้งนี้ พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน หรือ กงเต๊ก เป็นการผสานระหว่างพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคติความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน จัดขึ้นเพื่ออุทิศกุศลแด่ญาติหรือบุคคลสำคัญที่ล่วงลับให้ได้รับความสงบ สุคติ และพ้นจากทุกข์ในภพภูมิทั้งปวง อันเป็นการแสดงถึงความผูกพันและความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ