วันที่ 17 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าการทำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า ว่า กระทรวงคมนาคม ได้เสนอเรื่องนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการใช้ตั๋วร่วม ซึ่งมีอัตราค่าโดยสาร 17-45 บาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการต่างๆ ว่ามีความคิดเห็นต่อร่างที่กระทรวงคมนาคมเสนอไปอย่างไร ก่อนจะบรรจุวาระเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.ต่อไป

สำหรับสาระสำคัญ คือ การกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เริ่มต้นที่ 17 บาท และไม่เกิน 45 บาท เป็นการเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยเป้าหมายกรอบระยะเวลานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม อยากให้ทำให้ทันภายในปี 70

นอกจากนี้ ต้องดำเนินการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทอง ให้มาเป็นกรรมสิทธิ์การบริหารจัดการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

ส่วนระบบหลังบ้าน ต้องให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการว่าจะทำอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติ ครม. ให้ตั้งเป็นบริษัทหรือหน่วยงานใหม่ขึ้นมาทำระบบนี้ แต่มองว่าอาจจะเกินความจำเป็น และเป็นภาระของงบประมาณ อย่างไรก็ตามต้องรอรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของสัมปทานและการรวมสัญญาจากเอกชนนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สัญญาที่จะหมดในเร็ว ๆ นี้ คงไม่ต้องเจรจาว่าจะต้องไปขอซื้อคืนหรือไม่ เพียงแต่รอเวลาให้สัญญาหมดไป และอีกส่วน คือ สัญญาที่ยังคงมีอายุอีกหลายปี คงต้องจัดหาเงินทุน เช่น ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์ (กองทุนรวมพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย) หรือการจัดหาเงินทุนจากข้างนอก หรืออาจให้ รฟม. ออกพันธบัตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อหนี้สาธารณะในภาพรวม

นายสิริพงศ์ กล่าวถึงการลดราคาค่าโดยสารและค่าขนส่ง หลังสถานการณ์น้ำมันโลกดีขึ้น ว่า โดยปกติรัฐมีการตรึงราคาอยู่แล้ว  ซึ่งช่วงสงกรานต์ได้มีการปล่อยลอยตัว คือขึ้นได้ลงได้ และก็ต้องดูราคาน้ำมันดีเซล เพราะมีการปรับตลอดเวลา เช่น ถ้าน้ำมันราคาปรับขึ้น 4 บาท ก็อนุญาตให้ขึ้นได้  5-10 สตางค์ แต่ขณะนี้เมื่อราคาน้ำมันทยอยปรับลด ราคาขนส่งและค่าโดยสารก็ต้องไหลลงเรื่อยๆ 

ขณะที่ได้มีการสื่อสารกับผู้ประกอบการรถโดยสารมาตลอด แม้ขณะนี้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงแต่ยังไม่เท่าตอนปรับราคาขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือต้องพยุงราคาให้มีความแปรผันน้อยที่สุด ซึ่งช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันเป็นต้นทุน 70% ของราคาค่าโดยสาร ถ้าหากราคาน้ำมันขึ้นมา 30% ดัชนีราคาค่าโดยสารจะต้องขึ้นถึง 20% แต่ที่ผ่านมาดัชนีค่าโดยสารขึ้นได้แค่ 10% ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุน ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันทยอยลง ราคาค่าโดยสารก็จะค่อยๆ ไหลลง