มะเร็งเต้านมยังคงเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่มากกว่า 20,000 รายต่อปี1 แม้ความก้าวหน้าทางการแพทย์จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังมีผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยในระยะลุกลาม ส่งผลให้การรักษาซับซ้อนและกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแล ยิ่งไปกว่านั้น มะเร็งเต้านมยังส่งผลต่อสังคมและเศรษฐกิจในระดับมหภาค เนื่องจากผู้หญิงเป็นประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ และมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะแม่ ผู้ดูแลครอบครัว และแรงงานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเจ็บป่วยจึงหมายถึงการสูญเสียที่ซ้อนทับกันหลายมิติ นำไปสู่การสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจ กิจกรรมครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม ควบคู่กับการผลักดันให้ผู้ป่วยเข้าถึงสิทธิการรักษาอย่างเท่าเทียม เพื่อรักษาพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคมทั้งระบบ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชูแนวทางของภาครัฐว่า “คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนคือหัวใจของการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่มีโอกาสรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การตรวจคัดกรอง และเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม ในส่วนของการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ผู้หญิงไทยควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน และสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้เพิ่มชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์สำหรับผู้หญิงไทยอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม”

ผศ. พญ. เอื้อมแข สุขประเสริฐ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา ถ่ายทอดมุมมองจากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยว่า “ผู้ป่วยจำนวนมากยอมรับได้เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม แต่สิ่งที่ทำให้คนไข้กังวลใจที่สุด คือ การรักษาจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย การทำงาน ภาพลักษณ์ ไปจนถึงคุณภาพชีวิต สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยไม่ควรรู้สึกว่าต้องเผชิญโรคนี้เพียงลำพัง โดยในฐานะบุคลากรด้านสาธารณสุข เราพร้อมสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้การรักษามะเร็งเต้านมมีผลลัพธ์ที่ดี โดยเฉพาะเมื่อพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ และเพิ่มโอกาสในการกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ ดังนั้นการเป็นมะเร็งเต้านมจึงไม่ได้หมายความว่าบทบาทสำคัญต้องยุติลง ผู้ป่วยยังสามารถทำงาน ดูแลครอบครัว และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้”

งานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากสตรีทรงอิทธิพลแนวหน้าของประเทศไทย ร่วมส่งต่อพลังและมุมมองเพื่อขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม นำโดย นางกมลา สุโกศล ประธานคณะกรรมการ

กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล ที่ร่วมปาฐกถาในหัวข้อ “Live and learn: Together we empower her voice” และ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “เพราะผู้หญิงคือหัวใจของสังคม ถึงเวลาที่เราจะไม่ละเลยสุขภาพเต้านม”

นอกจากนี้ ยังมีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “พลังแห่งความหวังและการเปลี่ยนแปลงเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม” โดยมีผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์จริง นำโดย นางสาวนงลักษณ์ ยอดมงคล ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผศ. พญ. เอื้อมแข สุขประเสริฐ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา ดร. หทัยทิพย์ จิระธันห์ ตัวแทนชมรมผู้ป่วยมะเร็ง เต้านมแห่งประเทศไทย และ นางสาวธัญพร สนธิขันธ์ หรือ “คุณจอย T-Skirt” อดีตเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังยุค 90 ผู้มีประสบการณ์ตรงในการเผชิญโรคมะเร็ง โดยเวทีดังกล่าว สะท้อนเสียงจากทั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วย และเครือข่ายสนับสนุน เพื่อสื่อสารให้ผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการไม่ละเลยสัญญาณผิดปกติ พร้อมส่งต่อกำลังใจและช่วยลดความกังวลให้กับทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลให้เดินหน้าบนเส้นทางการรักษาได้อย่างมั่นใจ

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมและการสอนคลำเต้านมด้วยตนเอง เพื่อเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้เป็นการลงมือดูแลสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ไปจนถึงการสนับสนุนให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

โนวาร์ตีส ในฐานะบริษัทด้านเวชภัณฑ์และยาระดับโลก มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ควบคู่กับการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขให้เข้มแข็ง โดยเภสัชกรหญิงสุมาลี คริสธานินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม Voice for Her Power พลังแห่งความหวัง เพื่อก้าวผ่านมะเร็งเต้านม สะท้อนความมุ่งมั่นของโนวาร์ตีสในการยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในประเทศไทย บทบาทของเราไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนานวัตกรรมการรักษา แต่ยังรวมถึงการเข้าใจความต้องการ ความกังวล และความท้าทายที่ผู้ป่วยต้องเผชิญในเส้นทางการรักษา เพราะโนวาร์ตีสเชื่อว่าการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจึงมุ่งทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อรับฟังและร่วมกันลดช่องว่างในการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้อย่างเหมาะสม เพราะเราเชื่อว่า ผู้ป่วยทุกคนควรได้รับโอกาสในการรักษาอย่างเท่าเทียม และเสียงของผู้ป่วยคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน”
กิจกรรมดังกล่าว สะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเปลี่ยนภาพจำต่อโรคมะเร็งเต้านม จากความกลัวไปสู่ความเข้าใจใหม่ว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคที่รักษาได้เมื่อพบเร็วและได้รับการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยยังสามารถเดินหน้าชีวิต บทบาท และความฝันได้อย่างเต็มที่ เพราะการเดินในเส้นทางการรักษามะเร็งเต้านมไม่ใช่ภาระของผู้ป่วยเพียงลำพัง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม ในการร่วมกันผลักดันให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงข้อมูล การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม เพราะเมื่อผู้ป่วยหนึ่งคนได้รับโอกาสในการรักษาอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ดีจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวผู้ป่วย แต่ยังส่งต่อไปถึงครอบครัว เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของสังคมไทยในระยะยาว



