เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ X รายละเอียดเบื้องต้นงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ที่เพิ่งผ่านการรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.บ.กำลังจะเข้า ครม.นัดพิเศษ 18 มิ.ย. ว่า งบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 3 ล้านล้าน ตั้งงบขาดดุล 788,000 ล้าน งบเพิ่มขึ้นจากปี 69 นิดเดียว ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นมาก ลดการขาดดุลไปได้เกือบแสนล้าน
รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 122,799 ล้าน คิดเป็น +5% รายจ่ายลงทุน 788,000 ล้าน ลดลง 73,736 ล้าน คิดเป็น -9% เงินชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้าน ปีนี้รายจ่ายประจำพุ่งขึ้น ในขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง สะท้อนถึงอาการฝีแตกได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเจาะดูรายละเอียดจะพบว่า ในงบปีนี้มีการเพิ่มงบชำระดอกเบี้ยสูงถึง 40,000 ล้าน จนตอนนี้ งบชำระหนี้ทะลุ 400,000 ล้านเรียบร้อยแล้ว งบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เพิ่ม 25,000 ล้าน เป็น 389,090 ล้านทำสถิติสูงที่สุด

ที่ปีนี้ งบบำเหน็จบำนาญที่พุ่งสูง ชำระดอกเบี้ยพุ่งสูง ไม่ใช่ว่าเราเพิ่มบำนาญ หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม แต่แค่เป็นการตั้งให้ใกล้เคียงกับที่ใช้จริงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งไว้ไม่เพียงพอมาโดยตลอด เพียงเพื่อให้รายจ่ายประจำดูต่ำ และรายจ่ายลงทุนสูง รวมถึงเพื่อตั้งงบขาดดุลได้มากขึ้นตามเกณฑ์ (ขาดดุลได้ไม่เกินรายจ่ายลงทุน) พอจะใช้รายจ่ายประจำจริงแล้วงบไม่พอ แล้วค่อยไปโอนงบกลาง เงินสำรองมาจ่าย หรือไม่ถ้าหมุนเงินไม่พอจริงๆ ก็ควักเงินคงคลังออกมาใช้ เป็นแบบนี้ทุกปีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 67
จนกระทั่ง ปี 69 ที่น่าจะหมุนเงินไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเงินสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ 99,000 ล้านใช้ไปจนเกือบหมด เงินคงคลังก็ร่อยหรอ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านปีงบไปได้ครึ่งทาง สำหรับงบปี 70 จึงยอมแพ้ ไม่บิดตัวเลขรายจ่ายประจำให้ต่ำเกินจริง ยอมลดรายจ่ายลงทุนลง ยอมขาดดุลลดลง ปีนี้ เราจึงได้เห็นภาระการคลังที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น เราพบว่างบปี 70 เกือบ 4 ล้านล้าน เหลืองบประมาณที่รัฐบาลสามารถมาจัดสรรเองได้จริงๆ เพียง 680,000 ล้าน หรือ 18% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย และปรับลดได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน บำนาญ ค่าน้ำ ค่าไฟ งบผูกพันเก่า หรือสวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ รวมแล้ว 3.1 ล้านล้าน
เมื่อมาดูรายละเอียดเป็นรายหน่วยงาน หน่วยงานเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ได้งบเพิ่มขึ้น อันดับ 1 สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้งบเพิ่มขึ้นสูงสุด 44,000 ล้าน เงินส่วนนี้ คือ นำไปจ่ายดอกเบี้ย 2. เงินสมทบ เงินสะสม และเงินชดเชยข้าราชการ เพิ่มมา 46,500 ล้านบาท สำหรับกองทุน กบข.ให้เป็นไปตามกฎหมาย 3. บำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 25,000 ล้าน ทำให้ปีนี้งบบำเหน็จ บำนาญสูงถึง 389,090 ล้านบาท อันดับ 4 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มมา 6,000 ล้าน แต่เป็นผลจากงบบุคลากรเพิ่ม น่าจะมาจากการปรับสถานะครูจ้างเหมาบริการ เป็นลูกจ้างชั่วคราว 7,588 อัตรา อันดับ 5 คือ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพิ่มมา 4,000 ล้าน ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าเป็นเงินสมทบผู้ประกันตนจะเป็นข่าวดีมาก อันดับ 6 คือ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) งบพุ่งเกือบ 3,000 ล้าน น่าจะเป็นงบจัดการหรือฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษที่ไหนซักแห่ง
อันดับ 7 คือสำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) แห่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เจ้าของโครงการ TH-AI Passport น่าสนใจมากในแง่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว อยู่ในแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ต้องติดตามดูว่ามีโครงการอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมา ฝั่งหน่วยงานที่งบลดลง มี 170 หน่วยงานระดับกรม ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุน โครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งถนน และตึก อันดับ 1 คือ กรมทางหลวง ลดลง 14,000 ล้านบาท ลด 11% อันดับ 2 คือ สำนักปลัดสาธารณสุข ลดลง 9,700 ล้านบาท ลด 7.7% อันดับ 3 คือ กรมชลประทาน ลดลง 8,750 ล้าน ลดลง 10% อันดับ 4 คือ กรมทางหลวงชนบท ลดลง 7,600 ล้าน ลดลง 14% อันดับ 5 คือ กรมโยธา ลดลง 7,200 ล้าน ลดลง 17% นี่เป็นแค่รายละเอียดเบื้องต้นจากมติ ครม. ยังมีรายละเอียดระดับโครงการที่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อไป เอกสารงบประมาณเต็มจะมาถึงสภา และเปิดเผยต่อสาธารณะวันที่ 23 มิ.ย. อย่าลืมติดตามการอภิปรายงบประมาณที่จะเกิดขึ้น 29 มิ.ย.-1 ก.ค. นี้



