เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับ Mr. OKUDA Tetsuya ประธานสถาบันวิจัยการขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น สำนักงานภูมิภาคอาเซียน – อินเดีย (JTTRI – AIRO) ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือเตรียมความพร้อมการจัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านระบบราง ครั้งที่ 3” (3rd DRT – AIRO Railway Workshop) ณ ห้องประชุมมนังคศิลา ชั้น 2 กรมการขนส่งทางราง โดยการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นสอดคล้องกันในการเดินหน้ายกระดับการขนส่งทางรางสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านระบบรางระหว่างไทย – ญี่ปุ่น ครั้งที่ 3 (3rd Thailand-Japan Railway Workshop) ภายใต้หัวข้อ “รถไฟและการท่องเที่ยว” (Railways and Tourism)

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวทางรถไฟในประเทศไทยมีศักยภาพสูง และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ขร. จึงได้นำเสนอประเด็นสำคัญในมิติด้านบริการ และประสบการณ์ท่องเที่ยว (Services & Tourism Experience) แก่ฝ่ายญี่ปุ่น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำโมเดลความสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้กับประเทศไทย โดยมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. การบริหารจัดการขบวนรถไฟท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา เพื่อแก้ไขข้อจำกัด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานขบวนรถไฟท่องเที่ยว ซึ่งมักจะได้รับความนิยมสูงเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขร. จึงมุ่งศึกษาแนวทางการบริหารจัดการขบวนรถไฟท่องเที่ยวที่เหมาะสมในวันธรรมดา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งสัปดาห์ ลดความหนาแน่นในวันหยุด และสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอให้แก่ภาคการท่องเที่ยวระบบราง และชุมชนท้องถิ่น

2. การดึงชุมชนสองข้างทางรถไฟที่มีอัตลักษณ์เข้ามาร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงวัฒนธรรม และสร้างรายได้ร่วมกัน เช่น การพัฒนาเมนูอาหารท้องถิ่นในรูปแบบ “ข้าวกล่องรถไฟ” (Ekiben) อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการเปิดโอกาสให้ชุมชนนำสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์พื้นบ้านขึ้นมาจัดจำหน่ายบนขบวนรถไฟท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ที่สร้างความประทับใจ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Meaningful Travel)

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า JTTRI – AIRO ถือเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก ทั้งในด้านคมนาคม และการท่องเที่ยว ขร. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัด Workshop ร่วมกันครั้งนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยได้รับองค์ความรู้ และนโยบายที่จับต้องได้ นำมาสู่นวัตกรรมการบริการใหม่ๆ บนขบวนรถไฟไทย ที่ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นการเดินทางที่สร้างความสุข ส่งเสริมการท่องเที่ยว และความร่วมมือกับชุมชนสองข้างทางรถไฟอย่างเป็นรูปธรรม ตามโมเดลการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนของญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว.



