จากกรณี นายวรันทร แดนใหญ่ กรรมการสมาคมร้านอาหาร ออกมาร้องเรียกให้ภาครัฐ (รัฐบาลและกระทรวงการคลัง) นำธุรกิจร้านอาหารในระดับ S ที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังจากธุรกิจร้านอาหารเหล่านี้ซึ่งอยู่ในระบบภาษีที่ถูกต้อง แต่ได้รับผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านยอดขาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึง ลูกจ้างและพนักงานอีกเป็นจำนวนมาก นั้น
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.69 นายจรัญ ชุ่มเงิน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมรัฐบาลและกระทรวงการคลังที่ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.69 สนับสนุนการทบทวนหลักเกณฑ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบภาษีเข้าถึงมาตรการภาครัฐอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ สมาคมฯเห็นว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ ดังนั้นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบภาษีสามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่โปร่งใสในระยะยาว
สมาคมฯจึงขอสนับสนุนให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่จดทะเบียนนิติบุคคลและเสียภาษีอย่างถูกต้อง สามารถเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงเวลาอีก 3 เดือนที่เหลืออยู่ (ก.ค.-ก.ย.69) ของมาตรการดังกล่าว เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม อันจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้สมาคมฯพร้อมติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวของภาครัฐต่อไป



