สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว ตามการลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน
Iranian President Masoud Pezeshkian has joined U.S. President Donald J. Trump in officially signing the Memorandum of Understanding (MoU) agreed upon between Iran and the United States, thus ending the ongoing war between the two countries in the Middle East. pic.twitter.com/xDZXZ0ggl7
— OSINTdefender (@sentdefender) June 18, 2026
อย่างไรก็ตาม บากาอีกล่าวด้วยว่า นับจากนี้ การละเมิดข้อตกลงดังกล่าวจะต้องเผชิญกับ “ต้นทุนที่สูงขึ้น” กว่าเดิม เนื่องจากหากมีการตรวจสอบเนื้อหาของเอ็มโอยูฉบับนี้ จะไม่พบประเด็นใดที่ไม่เคยถูกหารือมาก่อน และเน้นย้ำว่า การเจรจาตลอดระยะเวลา 60 วันข้างหน้า จะมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์และการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเท่านั้น
นอกจากนี้ บากาอียังเปิดเผยว่า เอ็มโอยูระหว่างสหรัฐกับอิหร่านได้รับการจัดทำและลงนามทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาเปอร์เซีย หรือภาษาฟาร์ซี ตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน เพื่อสร้างความโปร่งใสสูงสุดในการสื่อสารต่อสาธารณะ โดยบากาอียืนยันว่า ข้อความภาษาเปอร์เซียมีเนื้อหาตรงกับฉบับภาษาอังกฤษทุกประการ และถือเป็นเอกสารที่มีผลบังคับใช้ และมีความสมบูรณ์ทางกฎหมายเช่นเดียวกัน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



