สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า ตัวอย่างที่เปิดเผยในเอกสารที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยื่นต่อศาลเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติ และอนุสรณ์สถานต่าง ๆ รวมถึงการรื้อถอนในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติอินดิเพนเดนซ์ ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งสิ่งจัดแสดงที่อธิบายถึงการเป็นเจ้าของทาสของนายจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐ
ฝ่ายบริหารได้ส่งมอบรายชื่อดังกล่าวตามคำสั่งของนางแองเจล เคลลีย์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐในเมืองบอสตัน ซึ่งตัดสินเมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย เพื่อเขียนประวัติศาสตร์ของชาติใหม่ด้วยปากกาลบคำผิด
ในเอกสารยื่นฟ้องอีกฉบับหนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันได้ขอให้ระงับคำสั่งของศาล ที่กำหนดให้ติดตั้งนิทรรศการใหม่ ภายในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งเป็นวันก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะฉลองครบรอบ 250 ปีของการก่อตั้งประเทศ ในระหว่างที่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาล
Trump administration removed dozens of national park exhibits that 'disparage' US https://t.co/9u0RhO9PxH https://t.co/9u0RhO9PxH
— Reuters (@Reuters) June 18, 2026
คำสั่งของทรัมป์มุ่งเป้าไปที่ “ขบวนการแก้ไขประวัติศาสตร์” ที่พรรณนาถึงสหรัฐอเมริกาว่าเป็นประเทศที่เหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ กดขี่ หรือมีข้อบกพร่องที่แก้ไขไม่ได้โดยเนื้อแท้ โดยได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทยทำการเปลี่ยนแปลงอุทยานทั่วประเทศ ซึ่งทำให้นักวิจารณ์กล่าวหาทรัมป์ว่า พยายามลบแง่มุมต่าง ๆ ของประวัติศาสตร์อเมริกัน เพื่อให้เข้ากับเรื่องเล่าเท็จของเขาเกี่ยวกับประเทศชาติ
ในบรรดาสถานที่ที่ระบุไว้ในตารางนั้น ได้แก่ ป้อมซัมเตอร์ในเซาท์แคโรไลนา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจาเมกาเบย์ที่อุทยานแห่งชาติเกตเวย์ในนิวยอร์ก และอุทยานแห่งชาติอะคาเดียในรัฐเมน โดยตามคำตัดสินของศาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วัสดุที่อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกนำออกไปในทั้ง 3 อุทยาน และถูกให้เหตุผลว่า สิ่งของเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม ความอุดมสมบูรณ์ และความยิ่งใหญ่ของภูมิทัศน์ธรรมชาติ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



