สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเอ-วีย็อง-เล-แบ็ง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า ทรัมป์เรียกโมดีว่าเป็น “นักเจรจาที่ต่อรองเก่ง” และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะเดินทางเยือนอินเดีย “ในอนาคต” หลังรัฐบาลนิวเดลีรบเร้าสหรัฐมานานหลายเดือน สำหรับการเยือนของทรัมป์ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมที่รวมถึงญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

การพบหารือของผู้นำทั้งสองคน ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2568 เมื่อโมดีเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติความขัดแย้งเกี่ยวกับการค้าและภาษี

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอินเดีย กลับถดถอยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยรัฐบาลวอชิงตันกำหนดอัตราภาษีที่สูงกับสินค้าอินเดีย ลงโทษรัฐบาลนิวเดลีจากการซื้อน้ำมันของรัสเซีย และมีส่วนร่วมอย่างใกล้กับปากีสถาน ซึ่งเป็นคู่ปรับสำคัญของอินเดีย

แม้นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เดินทางเยือนอินเดียเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่การเสียชีวิตของลูกเรือชาวอินเดีย 3 ราย จากการโจมตีเรือพาณิชย์โดยกองทัพเรือสหรัฐ ในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดอีกครั้ง

ในการพบหารือครั้งล่าสุดนี้ โมดีกล่าวกับทรัมป์ต่อหน้าผู้สื่อข่าวว่า ความปลอดภัยของลูกเรือชาวอินเดียที่ทำงานในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ “มีความสำคัญสูงสุด” ต่อรัฐบาลนิวเดลี พร้อมกับเรียกร้องให้ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมความปลอดภัยของลูกเรือเข้าไปด้วย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS