เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 06.30 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสายไหม หมายเลข 3 ร่วมกันรณรงค์หาเสียงภายในตลาดเอซี เขตสายไหม ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย จากนั้น นายอนุชาและนายองอาจเดินทางต่อไปยังตลาดฝั่งโขง เขตดอนเมือง โดยร่วมกับนายไกรศักดิ์ เสาเวียง ผู้สมัคร สก. เขตดอนเมือง หมายเลข 2 ขอคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ นายอนุชา กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชนในโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอก ว่า เรื่องการคมนาคมขนส่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากประชาชนยังเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก รถประจำทางมีน้อย ทำให้ประชาชนรอรถนานเป็นชั่วโมง ตนจึงมีแนวคิดเร่งดำเนินการระบบรถฟีดเดอร์ (Feeder) เชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้าสู่ระบบขนส่งสายหลัก โดยใช้รถขนาดเล็กหรือมินิบัสเข้ามาดูแลภายใต้การกำกับของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อให้กำหนดเส้นทางได้ตามความต้องการของชุมชน อีกทั้งต้องยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยี AI มาสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนในเขตดอนเมือง ตนนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแบบครบวงจร เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาจราจรที่ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ เพื่อให้น้ำระบายสู่คลอง แม่น้ำเจ้าพระยา และอ่าวไทยได้อย่างเป็นระบบมากที่สุด

สำหรับประเด็นการเมืองโปร่งใสนั้น นายอนุชา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ซึ่งพบพิรุธว่าโครงการของ กทม. กว่า 93 เปอร์เซ็นต์ จากมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ไม่มีการแข่งขันด้านราคา และพบว่ามีบางบริษัทที่ได้รับงานซ้ำซ้อนกว่า 500 โครงการ รวมถึงมีการเชื่อมโยงรายชื่อกรรมการในโครงการกับบริษัทเอกชนที่ได้รับงาน

“ผมขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องงบประมาณภาษีของทุกคน ปัญหาทุจริตไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องสร้างให้ข้าราชการและคนทำงานไม่ยอมรับการโกงกิน ผมตั้งใจนำนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ การเดินทางที่สะดวก เมืองสะอาด ชีวิตที่ปลอดภัย เศรษฐกิจดีขึ้น และการตรวจสอบได้ทุกกรณี มาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ด้วยการกาบัตร 2 ใบ เลือกผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีเขียว “อนุชา เบอร์ 5” และเลือกผู้สมัคร สก. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต บัตรสีชมพู เพื่อให้การบริหารงานกรุงเทพมหานครสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องรอผลสำรวจ 100 วันแรก เพราะทีมงานพรรคประชาธิปัตย์เกาะติดพื้นที่และเข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริงมาตลอด.