เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 69 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ที่ผ่านมา กมธ. ได้ประชุมร่วมกันมาแล้ว 5 ครั้ง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ซึ่งได้รับรายงานว่าปัจจุบันฝ่ายไทยยังคงมีมาตรการปิดด่านชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงมีความตึงเครียดและเปราะบาง แต่ยังไม่มีการปะทะครั้งใหญ่

นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า แม้ผู้นำทั้งสองประเทศจะเห็นพ้องให้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างกัน แต่ฝ่ายไทยยังไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากฝ่ายกัมพูชา และพบว่ายังคงมีการยั่วยุตามแนวชายแดนอยู่ นอกจากนี้ กมธ. ยังได้รับทราบปัญหาอุปสรรค ทั้งเรื่องระบบน้ำ ถนน การทูตเชิงลึก การสร้างรั้วตามแนวชายแดน การเฝ้าระวัง และการสื่อสาร ซึ่งพบว่าบางส่วนยังติดขัดเรื่องงบประมาณในการประสานงานให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

“ดังนั้น กมธ. จะลงพื้นที่ที่มีปัญหาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อไปตรวจดูการสร้างรั้วแห่งแรกในสัปดาห์หน้า เนื่องจากปัญหาชายแดนยังคงมีอยู่ การปะทะอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ เราจึงต้องป้องกันและเตรียมพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุและการอพยพประชาชนตามแนวชายแดนหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับฟังข้อมูลเพิ่มเติมด้วย” นายมณเฑียร กล่าว

ด้าน นายชรัตน์ เนรัญชร สส.จันทบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากงานประชุมแล้ว กมธ. จะเน้นการลงพื้นที่ที่เป็นประเด็นและอยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งในสัปดาห์หน้า วันที่ 26-27 มิ.ย. 69 คณะ กมธ. จะลงพื้นที่ชายแดนบริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เนื่องจากเป็นจุดที่มีการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเป็นแห่งแรก โดยนอกจากจะตรวจดูแนวกำแพงแล้ว จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความมั่นคง รวมถึงลงไปตรวจสอบพื้นที่การตัดถนนเข้าไปยังจุดบริเวณรูปตัว ก และรูปตัวยูด้วย