เดอะการ์เดียน สหราชอาณาจักร เผย ‘รายงานความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศต่อเด็ก’ จากกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ‘ยูนิเซฟ’ (Unicef) ที่ระบุว่า เด็กเกือบทั่วโลกกำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างน้อย 1 รูปแบบ
โดยมากกว่า 50% หรือกว่า 1 พันล้านคน ต้องเผชิญภัยจากสภาพอากาศรุนแรงอย่างน้อย 3 รูปแบบพร้อมกัน ซึ่งกำลังส่งผลต่อสุขภาพ การศึกษา และการใช้ชีวิตประจำวัน
ยูนิเซฟระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เด็กทั่วโลกต้องเผชิญทั้งคลื่นความร้อน พายุ น้ำท่วม และภัยแล้งบ่อยขึ้น ซึ่งเด็กจำนวนมากต้องเผชิญภัยเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีเด็กอีกราว 123,000 คนที่ต้องเผชิญภัยจากสภาพอากาศมากกว่า 6 รูปแบบตลอดชีวิต
ในประเทศปาปัวนิวกินี เด็กหลายคนต้องว่ายน้ำข้ามแม่น้ำที่มีจระเข้อาศัยอยู่ทุกวัน เพื่อเดินทางไปโรงเรียน เนื่องจากสะพานข้ามแม่น้ำเคมป์เวลช์ถูกน้ำหลากพัดขาดไปตั้งแต่ปี 2555 และชุมชนแห่งนี้ยังไม่มีเงินมากพอที่จะสร้างสะพานใหม่
‘ลอร์นา’ เด็กหญิงวัย 15 ปี เล่าว่า เธอต้องว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเพื่อไปโรงเรียนเกือบทุกวัน แต่ในช่วงมีประจำเดือน ผู้ใหญ่ในชุมชนจะไม่อนุญาตให้เธอลงน้ำ เพราะเกรงว่ากลิ่นเลือดจะทำให้จระเข้เข้ามาใกล้และจะถูกทำร้าย แม้ต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย เธอยังคงมีความฝันอยากเป็นครูหรือนักบิน และหวังว่าจะมีการสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เด็กในชุมชนเดินทางไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย
‘ชาร์ลี วาลี เดวิด’ ครูใหญ่ของโรงเรียนในพื้นที่ กล่าวว่า ช่วงฤดูมรสุมกระแสน้ำจะไหลเชี่ยวและพัดพาต้นไม้รวมถึงเศษซากต่างๆ ลงมาในแม่น้ำ จนเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต หนำซ้ำเด็กหลายคนยังเจ็บป่วยจากการลงน้ำที่เย็นและสกปรก บางคนต้องหยุดเรียนเป็นเวลานานจนตามบทเรียนไม่ทัน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น
ยูนิเซฟระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปาปัวนิวกินีไม่ใช่กรณีเฉพาะพื้นที่ เพราะอากาศที่ร้อนขึ้นและภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นกำลังสร้างความเสียหายต่อถนนและสะพานในหลายประเทศ ส่งผลให้เด็กจำนวนมากเดินทางไปโรงเรียน รับการรักษาพยาบาล และใช้ชีวิตประจำวันได้ยากขึ้น



