สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่าองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออกกล่าวในรายงานแนวโน้มน้ำมันโลกปี 2569 ว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 113.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2573 จาก 105.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2568

โอเปกกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และที่อื่น ๆ รวมถึงการเติบโตในระยะยาวในอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา จะเป็นแรงผลักดันให้ความต้องการขยายตัว แม้จีนจะมีความก้าวหน้าอย่างน่าประทับใจ ในการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนก็ตาม

รายงานระบุว่า การให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงาน และความสามารถในการเข้าถึงพลังงานที่เพิ่มขึ้น ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์นโยบายด้านพลังงานทั่วโลก โดยสะท้อนให้เห็นในการปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลงนโยบาย ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนความต้องการน้ำมันในระยะกลางและระยะยาว

โอเปกอ้างถึงการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป ที่ช้ากว่าที่คาดไว้ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐานการประหยัดเชื้อเพลิง

ในระยะยาว ความต้องการใช้น้ำมันโลกจะแตะระดับ 124 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2593 เพิ่มขึ้นจาก 122.9 ล้านบาร์เรลต่อวันตามที่คาดการณ์ไว้ในรายงานปี 2568 และย้ำมุมมองของโอเปกว่า ยังไม่มีจุดสูงสุดของความต้องการใช้น้ำมันในอนาคตอันใกล้

การผลิตจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัส ซึ่งรวมถึงรัสเซียและพันธมิตรอื่น ๆ จะถึงจุดสูงสุดตั้งแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 2030 เป็นต้นไป พร้อมเรียกร้องให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันมากขึ้น เนื่องจากภาคส่วนนี้ต้องการเงินลงทุน 17.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 582.2 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2593.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS