เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดทิศทาง และขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีระเบียบวาระที่สำคัญหลายเรื่องที่สะท้อนถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม กับการพัฒนาประเทศ ตลอดจนพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม การกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตราย และของเสียพลาสติก รายงานสถานการณ์มลพิษ และดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อม เราต้องช่วยกันให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ โดยการพิจารณารายงานการประเมินผลสิ่งแวดล้อม ต้องคำนึงถึงคุณค่าด้านทัศนียภาพ ความกลมกลืนของภูมิทัศน์ และบริบทของสภาพสิ่งแวดล้อมในภาพรวมด้วย ขณะเดียวกันพื้นที่ป่าไม้อุทยานควรให้ความสำคัญกับระบบนิเวศ สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรอบด้าน เพื่อให้มาตรการต่างๆ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน

“เราต้องร่วมกันช่วยกันขับเคลื่อนมติอันสำคัญให้เกิดเป็นรูปธรรม และต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนนี้เน้นย้ำว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ กรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนา ผมยังเห็นว่าเวลาหน่วยงานหลายหน่วยงานทำโครงการพัฒนาจะไปเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในหลายโครงการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการขับเคลื่อนงบประมาณลงไปสู่การพัฒนาพื้นที่ต่างๆ จึงขอย้ำเน้นกรรมการทุกท่านให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้” นายทรงศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาที่สำคัญของภาครัฐและเอกชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า-ตลิ่งชัน) 2.โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจรทางเลี่ยงเมือง อ.ธาตุพนม 3.โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) 4.โครงการทำเมืองแร่ชนิดแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมอื่นๆ (ทำปูนขาว) ของบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) จ.สระบุรี 5.โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่สามและสี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรณีโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางและระบบโลจิสติกส์การค้าชายแดน บรรเทาปัญหาการจราจรในเขตเมืองและเมืองหลักในภูมิภาค รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการรับรองการบินและการท่องเที่ยวระดับสากล ทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะและความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ เห็นชอบมาตรการเชิงรุก เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการยกระดับการควบคุมกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตราย ประเภท Y48 เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามลพิษข้ามแดน ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพประชาชน เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารจัดการของเสียของประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
และเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการบำบัดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนเห็นชอบผลการประเมินผลดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตาม และยกระดับผลการดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นระบบ




