เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 กล่าวถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครหลายคนออกมาจัดเวทีปราศรัย แต่นายชัชชาติไม่มีการจัดเวทีปราศรัยแต่อย่างใด กลัวว่าจะกระทบต่อคะแนนเสียงหรือไม่ว่า จากที่ดูผลโพลคิดว่ายุทธศาสตร์ที่ทำมานั้นถูกต้องแล้ว โดยอาศัยพูดเรื่องนโยบายเป็นหลักและไม่ได้โจมตีใคร ทำงานของเราไป มีข้อกล่าวหาอะไร เราก็สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ตนเองคิดว่าเวทีปราศรัยในปัจจุบันไม่มีผลเท่ากับโซเชียลมีเดีย เราขึ้นเวทีปราศรัยอาจจะมีคนมาฟังเราแค่ 500 คน แต่โซเชียลมีเดีย 1 โพสต์มีคนมาดูเป็นล้านวิว วันนี้โลกเปลี่ยนไป เวทีปราศรัยอาจจะไม่ใช่รูปแบบเดิม แต่ในวันสุดท้ายเราจะมีเซอร์ไพร้ส์ เป็นการเดินทางไกล ขอให้นักข่าวเตรียมตัวให้พร้อมต้องมีหลายผลัดที่จะให้ดูชีวิตคนกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมงว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“สำหรับการจัดเวทีปราศรัยนั้นไม่ค่อยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของตน เพราะครั้งที่แล้วก็จัดเวทีปราศรัยแค่ครั้งเดียว เพราะไม่มีคนมาฟังและไม่รู้จะเกณฑ์คนจากไหนมาฟัง แต่โซเชียลม้เดียมีพลังเหมือนกับที่ตนเองทำป้ายโฆษณา ทำป้ายติดหน้าลิฟต์ มีแค่ 2 ป้ายแต่มีคนเห็นเป็นล้านคนเพราะใช้พลังของโซเชียลมีเดีย หรือการทำป้ายบิลบอร์ดแค่ 15 วินาที แต่มีคนเห็นทั่วเมืองเหมือนกับออก 24 ชั่วโมง เราต้องเลือกใช้ยุทธศาสตร์ให้ถูกต้องด้วยงบประมาณที่จำกัดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าแผนในช่วงสุดท้ายของการหาเสียง จะมีอะไรออกมาอีกหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า จะพยายามเน้นเรื่องนโยบาย ซึ่งก็มีนโยบายให้ดูอยู่แล้วในเว็บไซต์ ทีมชัชชาติ.com สิ่งที่กลัวอย่างเดียวคือ คนจะไม่ออกมาเลือกตั้ง ดังนั้นจะต้องพยายามช่วยกันสื่อสารว่าวันที่ 28 มิ.ย. 69 ให้ออกมาเลือกตั้ง เพราะบางคนยังงงอยู่ อาจจะรู้เบอร์แต่ไม่รู้ว่าเลือกตั้งวันที่เท่าไร และบางคนก็ยังถามว่าเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อไร จึงขอยืนยันว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าไม่มี มีเลือกตั้งแค่วันเดียวคือวันที่ 28 มิ.ย.ที่ต้องไปปรากฏตัวหน้าคูหา

ส่วนผลโพลล่าสุดของนิด้าโพลที่ออกมาพบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 72.35% จะเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับไปเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า แสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว เราคงไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ซึ่งเราก็ยังรักษาโพลไว้ได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ก็บอกทีมงานว่าเรายังประมาทไม่ได้ เพราะเราต้องเคารพประชาชนเพราะผลคะแนนท้ายที่สุดคือ วันสุดท้ายที่จะออกไปลงคะแนนเสียง

“เราก็จะต้องทำงานหนักไปจนถึงวันสุดท้าย ผลโพลก็ถือว่าเป็นเครื่องบอกทิศทาง แต่เราจะยึดถือไม่ได้ เพราะเราต้องเคารพประชาชนจนถึงนาทีสุดท้าย” นายชัชชาติ กล่าว.