ที่ จ.อุทัยธานี นายสมบัตร ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาลทุเรียนที่สวนของเกษตรกร ที่หมู่ 15 บ้านคุ้มเกล้า ต.คอกควาย อ.บ้านไร่  เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสและลิ้มรสถึงภายในสวนของเกษตรกร ในลักษณะท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยทุเรียนจะสุกแก่ให้ลิ้มรสได้ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม นี้ เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกร และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมช

สำหรับ จ.อุทัยธานี มีพื้นที่ปลูกทุเรียน ทั้งหมด จานวน 2,907 ไร่ เกษตรกร จำนวน 448 ครัวเรือน ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอบ้านไร่ อำเภอห้วยคต อำเภอลานสัก และอำเภอหนองฉาง โดยมีพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว จานวน 1,577 ไร่ และพื้นที่ยังไม่ให้ผลผลิต อีกจำนวนน 1,330 ไร่

ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความโดดเด่น ในด้านรสชาติหวานละมุน เนื้อแห้งละเอียด เส้นใยน้อย เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ไม่เละ มีกลิ่นอ่อนๆไม่ฉุน และเมล็ดลีบ เนื้อเยอะ เนื่องจากพื้นที่ปลูกเป็นที่ราบเชิงเขา ดินดี และมีสภาพภูมิอากาศมีความเหมาะสม  ส่วนสายพันธุ์ทุเรียนที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์หมอนทอง ซึ่งจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ขายในราคา กก.ละ 150 บาท

โดยเกษตรกรจะจำหน่ายด้วยตนเองบริเวณหน้าสวน หรือจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ผ่านเพจของเกษตรกรเอง และยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการภาคเอกชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดอุทัยธานี จัดทริปท่องเที่ยวสวนทุเรียน และทานบุฟเฟ่ต์ทุเรียน ซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และเกษตรกรแต่ละรายจะเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานความปลอดภัย GAP เพื่อให้ได้ทุเรียนมีคุณภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่า 1,119.67 ตัน และมีราคาจาหน่ายเฉลี่ย 150 บาท/กก. คาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดอุทัยธานี มากกว่า 167.95 ล้านบาท

ด้านนายชูรส บุตรดา อายุ  65 ปี เกษตรกรผุ้ปลูกทุเรียน ต.คอกควาย อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เผยว่า เดิมเคยปลูกสับปะรด แต่ประสบปัญหาในด้านราคาที่ผันผวน จึงปรับเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์หลงลับแล บนเนื้อที่ 10 ไร่ ปลูกมาได้เป็นระยะเวลา 8 ปีแล้ว มีรายได้หลักแสนบาทต่อปี ส่วนจุดเด่นของทุเรียนอ.บ้านไร่ ก็คือ อร่อย เนื้อแห้ง หวานมัน รสชาติดีมาก