เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 14 วรรคสอง เขียนไว้ชัดว่าไม่จําเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล หาก ป.ป.ช. เห็นพฤติกรรมที่ส่อว่าจะมีการฮั้วประมูล เช่น การล็อกสเปก การตกลงการยื่นใบเสนอราคามาก่อนหน้า ที่ทําให้เห็นว่าราคาใกล้เคียงกัน แล้วสามารถล็อกได้เลยว่า ควรจะใช้ตรงไหนเป็นราคากลาง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสอบสวนตามกฎหมาย ถ้ามีมูลก็ต้องดําเนินคดีต่อ ทั้งนี้ ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่ ดังนั้นยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะมีการส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าจะมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทําให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคํา และลายลักษณ์อักษรที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. สามารถดําเนินการได้เลยทันที และเราก็จะดําเนินการควบคู่ขนานไป แต่คงใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน
เมื่อถามถึง กรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลยนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องออกมาแสดงข้อคิดเห็นเช่นนั้นและยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ นอกจากการยินดีให้ตรวจสอบ คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่ เมื่อสังคมตั้งคําถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมามีเหตุผิดปกติเยอะ ทําไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้
เมื่อถามว่า เป็นผลให้เกิดคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ข้อสังเกตไปแล้ว แต่ก็เห็นได้ชัดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ มีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ไม่เปิดเผยชื่อผู้ต้องหา ถือเป็นเรื่องแปลก ตนอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ส่วนจะดำเนินคดีกลับหรือไม่ อยู่ระหว่างพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราก็พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายภาวุธ ขาดการประชุมสภาในวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่ามีประชุมเยอะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายภาวุธเอง ตนตอบแทนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นทำธุระอะไร ตรงไหน อย่างไรก็ตาม เรื่องข้อกล่าวหานั้นมีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากนายภาวุธเข้าใจว่าการทำธุรกรรมออนไลน์อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องการโอนเงิน แต่ไม่ใช่เรื่องเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ตนและพวกเราทุกคนคิดว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับนายภาวุธเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า เรื่องนี้พรรคจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ เหมือนกรณีที่ต้องสงสัยหลายกรณีก่อนหน้านี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง และให้นายภาวุธชี้แจง โดยตนได้หารือกับนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค แล้ว เนื่องจากรูปการณ์ที่เห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้น คงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายใน
เมื่อถามว่า มีการสอบถามที่มาของเงิน 28 ล้านบาทที่เข้าในบัญชีนายภาวุธหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของนายภาวุธ เขาเองก็เป็นคนที่เทรดอยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรืออะไรต่างๆ ตนคิดว่ารายละเอียดเรื่องนี้ เงิน มีที่มาที่ไปอย่างไร ให้นายภาวุธชี้แจงด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด



